นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์
(ศูนย์ หู คอ จมูก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง เชิญขวัญ ฐิติรุ่งเรือง 2026-05-26 11:29:00
HIGHLIGHTS :
-
นอนกรนเสียงดัง ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะอาจเป็น “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” หรือ OSA
-
หากมีอาการ “กรนแล้วเงียบหายไป” เหมือนหยุดหายใจระหว่างนอน ควรรีบตรวจการนอนหลับ
-
OSA ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน เสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ความดันสูง และง่วงกลางวัน
-
ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดหัว คอแห้ง ง่วงบ่อย สมาธิลดลง อาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
-
สะดุ้งตื่นกลางดึก เหมือนมีอะไรติดคอ สำลักตอนหลับ เป็นอาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
-
คนที่นอนกรนร่วมกับอ้วน คอสั้น คอใหญ่ อายุเกิน 50 ปี หรือเป็นความดันสูง มีความเสี่ยง OSA มากขึ้น
-
แบบประเมิน STOPBANG หากมีอาการตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
-
การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ช่วยวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้แม่นยำ
-
ตรวจการนอนหลับที่บ้าน เหมาะกับบางคน สะดวก รู้ผลเร็ว แต่ไม่เหมาะกับผู้มีโรคประจำตัวบางชนิด
-
หากปล่อยภาวะหยุดหายใจขณะหลับไว้นาน อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพระยะยาว
นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์
ใครเคยเป็นบ้าง ?
“นอนกรนจนลูกมาสะกิด บอกว่าพ่อเบาหน่อยค่ะ หนูนอนไม่หลับ”
“สามีกรนๆอยู่ เสียงกรนก็หายไป ไม่หายใจเกือบนาทีเลยค่ะ สามีจะเป็นอะไรไหมคะ”
“กำลังหลับ แล้วรู้สึก เหมือนมีอะไรมาติดคอ พอหลับไปก็สะดุ้งตื่นอีก เหมือนไม่ได้นอนทั้งคืนเลย…แต่ภรรยา
ก็ไม่ได้บอกว่านอนกรนนะครับ ภรรยาหลับปุ๋ยเลยครับ”
นี่เป็นส่วนหนึ่งของอาการที่ผู้ป่วยเล่าให้หมอฟัง ผู้ป่วยทั้ง 3 คน มีลักษณะอาการที่ไม่เหมือนกัน แต่ทั้งหมดได้รับการตรวจการนอนหลับและวินิจฉัยว่า… เป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea : OSA) เรียกสั้นๆว่า โอ เอส เอ นะคะ ไม่อ่านว่า โอซ่า นะทุกคน