033-038-888

นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์ 

(ศูนย์ หู คอ จมูก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง เชิญขวัญ ฐิติรุ่งเรือง 2026-05-26 11:29:00

นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์ 

HIGHLIGHTS :

  • นอนกรนเสียงดัง ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะอาจเป็น “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” หรือ OSA

  • หากมีอาการ “กรนแล้วเงียบหายไป” เหมือนหยุดหายใจระหว่างนอน ควรรีบตรวจการนอนหลับ

  • OSA ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน เสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ความดันสูง และง่วงกลางวัน

  • ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดหัว คอแห้ง ง่วงบ่อย สมาธิลดลง อาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  • สะดุ้งตื่นกลางดึก เหมือนมีอะไรติดคอ สำลักตอนหลับ เป็นอาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

  • คนที่นอนกรนร่วมกับอ้วน คอสั้น คอใหญ่ อายุเกิน 50 ปี หรือเป็นความดันสูง มีความเสี่ยง OSA มากขึ้น

  • แบบประเมิน STOPBANG หากมีอาการตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

  • การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) ช่วยวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้แม่นยำ

  • ตรวจการนอนหลับที่บ้าน เหมาะกับบางคน สะดวก รู้ผลเร็ว แต่ไม่เหมาะกับผู้มีโรคประจำตัวบางชนิด

  • หากปล่อยภาวะหยุดหายใจขณะหลับไว้นาน อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพระยะยาว

นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์ 

 

   ใครเคยเป็นบ้าง  ?
  “นอนกรนจนลูกมาสะกิด  บอกว่าพ่อเบาหน่อยค่ะ  หนูนอนไม่หลับ”

   “สามีกรนๆอยู่ เสียงกรนก็หายไป  ไม่หายใจเกือบนาทีเลยค่ะ  สามีจะเป็นอะไรไหมคะ”

   “กำลังหลับ แล้วรู้สึก เหมือนมีอะไรมาติดคอ พอหลับไปก็สะดุ้งตื่นอีก เหมือนไม่ได้นอนทั้งคืนเลย…แต่ภรรยา
   ก็ไม่ได้บอกว่านอนกรนนะครับ ภรรยาหลับปุ๋ยเลยครับ”

 

              นี่เป็นส่วนหนึ่งของอาการที่ผู้ป่วยเล่าให้หมอฟัง ผู้ป่วยทั้ง 3 คน มีลักษณะอาการที่ไม่เหมือนกัน แต่ทั้งหมดได้รับการตรวจการนอนหลับและวินิจฉัยว่า… เป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea : OSA) เรียกสั้นๆว่า โอ เอส เอ นะคะ ไม่อ่านว่า โอซ่า นะทุกคน

 

 กรนดังมาก อันตรายไหม?
• ถ้ากรนดังกระหึ่ม แต่ไม่มีภาวะ OSA หมอถือว่าไม่อันตรายค่ะ แต่อาจจะรบกวนเพื่อนร่วมห้องทำให้คุณภาพการนอนของคนที่นอนด้วยแย่ลง

• เสียงกรนเกิดจากการสั่นสะเทือนของอวัยวะบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนที่ตีบแคบ เช่น ทอนซิลโต ลิ้นไก่ยาว โคนลิ้นใหญ่ ซึ่งหากมาให้หมอตรวจร่างกายก็จะได้ว่า เสียงกรนเกิดจากอวัยวะไหนบ้าง เราสามารถทำให้อวัยวะนั้นเล็กลงด้วยยาหรือ ผ่าตัด/ตกแต่งได้ เพื่อกอบกู้คุณภาพการนอน  ให้กับเพื่อนร่วมห้องนอน

 

OSA หรือ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
จากทางเดินหายใจส่วนบนอุดกลั้น” คือ ภาวะที่ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบขณะนอนหลับ จนปิดไม่ให้อากาศผ่านลงสู่ปอด อันตรายกว่าการนอนกรนทั่วไป เนื่องจากการหยุดหายใจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน
หากไม่รักษามีความเสี่ยงจะเกิดโรคทางหลอดเลือดสมองและหัวใจ ความจำแย่ลง ง่วงนอน ช่วงกลางวัน ประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลง

 

กรนแบบไหน ต้องสงสัยว่าจะเป็น OSA?
เบื้องต้นสามารถประเมินตัวเองได้ง่ายๆ ด้วย “STOPBANG” STOPBANG ประกอบด้วย 8 ตัวอักษร หากใครมีอาการตรง 3 ตัวอักษรขึ้นไป ก็มีความเสี่ยงจะเป็น OSA และควรได้รับการตรวจการนอนหลับค่ะ
ลองประเมินตามดูนะคะ
    S noring นอนกรน
    T ired เหนื่อย เพลีย ง่วงในเวลากลางวัน
    O bserved apnea เคยมีคนเห็นว่าหยุดหายใจตอนนอน
    P ressure เป็นโรคความดันโลหิตสูง
    B MI ดัชนีมวลกาย มากกว่า 35 กิโลกรัม/เมตร²
    A ge อายุ มากกว่า 50 ปี
    N eck circumference เส้นรอบวงของคอ มากกว่า 40 เซนติเมตร
    G ender เพศชาย


ไม่แน่ใจว่าตัวเองนอนกรน หรือมีอาการหยุดหายใจไหม ทำยังไงดี?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักจะให้ประวัติว่าตัวเองไม่ได้มีอาการหยุดหายใจชัดเจนค่ะ เราสามารถ ดูจากอาการร่วมอื่นๆที่เกิดจากภาวะ OSA ได้แก่ สะดุ้งตื่นระหว่างคืน หรือช่วงใกล้จะหลับ รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ สำลัก ปัสสาวะตอนกลางคืนมากกว่า 1 ครั้งตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกปวดหัว  คอแห้งเหมือนนอนไม่พอ ช่วงกลางวันสมาธิลดลง หลงลืม หงุดหงิดเป็นโรคกรดไหลย้อนมานาน รักษาด้วยยาไม่ดีขึ้น ถ้ามีอาการเหล่านี้ แม้จะประเมิน STOPBANG แล้วไม่ถึงเกณฑ์ ก็สามารถ มาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย เพิ่มเติม ดูว่าทางเดินหายใจส่วนบนแคบไหม เพื่อพิจารณา ตรวจการนอนหลับเพิ่มเติมค่ะ           


ตรวจการนอนหลับแบบไหนดี?
การตรวจการนอนหลับที่เป็นมาตรฐาน คือ การตรวจการนอนหลับชนิดที่ 1 ซึ่งจะเป็นการตรวจโดยละเอียด มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระหว่างการตรวจตลอดทั้งคืน เพื่อดูแลให้สัญญาณ คมชัด ไม่ขาดหาย และสามารถแปลผลได้อย่างถูกต้อง
ข้อดี ละเอียดและแม่นยำมากที่สุด หากเจ้าหน้าที่พบว่ามีการหยุดหายใจ จะสามารถใส่เครื่อง CPAP เพื่อลองรักษาและหาแรงดันเครื่องได้ สามารถช่วยวินิจฉัยโรคทางการนอนหลับอื่นๆนอกเหนือ จาก OSA ได้
ข้อเสีย ต้องนอนโรงพยาบาล มีสายสัญญาณค่อนข้างเยอะ รอผลออกใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน


การตรวจการนอนหลับที่บ้าน
ปัจจุบันมีเครื่องมือหลายชนิด ซึ่งความละเอียดและถูกต้องแม่นยำไม่เท่ากัน หมอแนะนำให้เลือกเครื่องมือ ที่สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยกำลังหลับหรือตื่น เช่น Watch PAT ที่มีความถูกต้องแม่นยำสูงถึง 89%
เมื่อเทียบกับการตรวจการนอนหลับชนิดที่ 1
ข้อดี ไม่ต้องนอน รพ. สายสัญญาณไม่เยอะ ราคาย่อมเยากว่า ผลออกตรวจเร็วภายใน 1 วัน
ข้อเสีย ทดลองเครื่อง CPAP ไม่ได้ ไม่สามารถวินิจฉัยโรคจากการนอนหลับอื่นนอกเหนือจาก OSA ได้ หากตรวจแล้วได้ผลไม่ชัดเจนมีโอกาสที่จะต้องตรวจการนอนหลับชนิดที่ 1 เพิ่ม สิ่งสำคัญที่ต้อง ดูก่อนเลือกการตรวจการนอนหลับที่บ้าน คือ โรคประจำตัว : โรคอ้วน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ภาวะหัวใจวาย โรคเส้นเลือดสมอง ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอพีออยด์ เช่น morphine, tramadol มาเป็น เวลานาน หากมีโรคประจำตัวดังกล่าว หมอไม่แนะนำให้ตรวจการนอนหลับที่บ้าน เนื่องจากมีโอกาส ได้ผลไม่ถูกต้อง และไม่ละเอียดเพียงพอที่จะใช้ในการรักษาโรค


      หลังจากได้ผลการตรวจการนอนหลับแล้ว หมอ ผู้ป่วย และญาติ จะปรึกษาร่วมกันเพื่อตัดสินใจเลือกการรักษาต่อไปค่ะ





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
ไม่พบข้อมูล