บทความสุขภาพ
-
โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก
- สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ : ผิวซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หรือเวียนศีรษะ อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก - รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ : เน้นเนื้อแดง ตับ ไข่แดง อาหารทะเล ผักใบเขียว และถั่ว เพื่อช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง - วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก : รับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี หรือสตรอว์เบอร์รี ร่วมกับมื้ออาหาร - เด็กบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ : โดยเฉพาะเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย - หากสงสัย อย่ารอให้รุนแรง : ควรพาบุตรหลานพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจเลือด การรักษาอาจต้องใช้ยาเสริมธาตุเหล็กร่วมกับการปรับอาหารตามคำแนะนำของแพทย์อ่านต่อ -
ลูกนอนกรน...เรื่องใหญ่กว่าที่คิด!
เด็กนอนกรนบ่อยกว่า 3 คืนต่อสัปดาห์ ไม่ควรมองข้าม OSA ทำให้เด็กหายใจติดขัดหรือหยุดหายใจขณะหลับ ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจกระทบต่อพัฒนาการ สมาธิ การเรียนรู้ และการเจริญเติบโต สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ต่อมทอนซิลโต อะดีนอยด์โต และโรคอ้วน การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography: PSG) เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัย การรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ยา การผ่าตัด หรือการดูแลร่วมอื่น ๆ ช่วยให้เด็กกลับมานอนหลับได้อย่างมีคุณภาพอ่านต่อ -
RSV ในเด็ก คืออะไร? รู้ทันอาการ เสี่ยงปอดอักเสบ ป้องกันได้
RSV ในเด็ก คืออะไร? รู้ทันอาการ เสี่ยงปอดอักเสบ ป้องกันได้ ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก พบมากช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว และสามารถทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบได้ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีอ่านต่อ -
ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Human Parainfluenza Virus: HPIV)
- ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (HPIV) เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ พบได้บ่อยในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ - อาการสำคัญ ได้แก่ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ไข้ต่ำ และอาจเกิดโรคครูป (Croup) ปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ - ช่วงระบาด มักพบมากในฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน–ตุลาคม - กลุ่มเสี่ยง คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคหอบหืด - การรักษา เน้นดูแลตามอาการ เนื่องจากยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนเฉพาะ - การป้องกัน ควรล้างมือ สวมหน้ากาก และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้ออ่านต่อ -
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว
แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคตอ่านต่อ -
การใส่ และ ถอด Invisalign ง่ายนิดเดียว โดย หมอไนซ์
✅ วิธีใส่ Invisalign ให้ถูกต้อง ใส่เครื่องมือให้แนบสนิทกับฟัน และควรใส่ให้ครบ 20-22 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ✅ วิธีถอด Invisalign อย่างถูกวิธี ถอดเครื่องมืออย่างนุ่มนวลจากฟันด้านหลัง และถอดเฉพาะช่วงรับประทานอาหารเท่านั้น ✅ สิ่งที่ควรรู้สำหรับผู้ใส่ Invisalign สามารถดื่มน้ำเปล่าได้โดยไม่ต้องถอดเครื่องมือ และควรใส่ต่อเนื่องทุกวันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอ่านต่อ