033-038-888

ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง ไร้แผลเป็นที่คอ (TOETVA) คืออะไร ใครเหมาะบ้าง

(ศูนย์ หู คอ จมูก) ผู้เขียนบทความ : นายแพทย์ สมบัติ วงศ์มณี 2026-09-29 14:38:00

ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง ไร้แผลเป็นที่คอ (TOETVA) คืออะไร ใครเหมาะบ้าง

Highlight : ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง ไร้แผลเป็นที่คอ (TOETVA) คืออะไร ใครเหมาะบ้าง

- ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง TOETVA ผ่านทางช่องปาก ไม่มีแผลเป็นที่คอ

- ผ่าตัดไทรอยด์ผ่านช่องปาก สอดกล้องผ่านเยื่อบุริมฝีปากล่าง ไม่ต้องกรีดผิวหนังบริเวณลำคอ

- ใครเหมาะ: ก้อนไทรอยด์ที่ไม่ใช่มะเร็งขนาดไม่เกิน 4 ซม. หรือมะเร็งไทรอยด์ที่ยังไม่แพร่กระจาย

- เกณฑ์เพิ่มเติม: ไม่เคยผ่าตัดหรือฉายแสงบริเวณลำคอและคาง รวมถึงไทรอยด์เป็นพิษที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล

- ฟื้นตัวเร็ว กลับบ้านได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง และกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

- ผ่าตัดไทรอยด์ ชลบุรี ประเมินเป็นรายบุคคลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านศีรษะและลำคอ รพ.สมิติเวช ชลบุรี

ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง ไร้แผลเป็นที่คอ (TOETVA) คืออะไร ใครเหมาะบ้าง

ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องผ่าตัดต่อมไทรอยด์แต่กังวลเรื่องแผลเป็นที่คอ โดยเฉพาะเทคนิค TOETVA (การผ่าตัดไทรอยด์ผ่านทางช่องปาก) ที่สอดกล้องผ่านเยื่อบุริมฝีปากล่าง จึง ไม่มีแผลเป็นภายนอกบริเวณลำคอ บทความนี้อธิบายว่าเทคนิคนี้คืออะไร เหมาะกับใคร ขั้นตอนและการฟื้นตัวเป็นอย่างไร

ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง TOETVA คืออะไร

TOETVA ย่อมาจาก Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach ศัลยแพทย์จะสอดกล้องและเครื่องมือขนาดเล็กผ่านเยื่อบุริมฝีปากล่าง เพื่อตัดต่อมไทรอยด์โดยไม่ต้องกรีดผิวหนังที่คอ ต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดที่มักเหลือรอยแผลให้เห็น

ข้อดีของการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านช่องปาก

  • ✓ไม่มีแผลเป็นภายนอก เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลภาพลักษณ์ เช่น ผู้ที่ต้องใช้ใบหน้าในการทำงาน
  • ✓ปวดน้อยและฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ในเวลาไม่นาน
  • ✓ใช้เทคนิคส่องกล้องที่แม่นยำ ช่วยให้มองเห็นโครงสร้างสำคัญได้ชัดเจน
  • ✓เพิ่มความมั่นใจ ในภาพลักษณ์หลังการรักษา

ใครเหมาะกับการผ่าตัดไทรอยด์แบบส่องกล้อง

โดยทั่วไป แพทย์จะพิจารณาผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้

  • ✓มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ที่ไม่ใช่มะเร็ง ขนาดไม่เกิน 4 ซม.
  • ✓เป็นมะเร็งไทรอยด์ที่ยังไม่แพร่กระจาย
  • ✓มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล
  • ✓ไม่เคยผ่าตัดหรือฉายแสงบริเวณลำคอและคางมาก่อน

ความเหมาะสมของแต่ละคนขึ้นกับผลอัลตราซาวนด์ ผลเจาะชิ้นเนื้อ และประวัติการรักษา จึงควรให้ศัลยแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

ผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิด กับแบบส่องกล้อง ต่างกันอย่างไร

หัวข้อ ผ่าตัดแบบเปิด ผ่าตัดส่องกล้อง (TOETVA)
รอยแผลที่คอ มีรอยแผลเป็นเส้นบริเวณลำคอ ไม่มีรอยแผลภายนอก
ความครอบคลุมของโรค ใช้ได้กว้างกว่า รวมถึงก้อนใหญ่และมะเร็งที่ต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง (ระยะเวลาทำสั้นกว่า) เหมาะกับผู้ป่วยที่คัดเลือกแล้ว (ระยะเวลาทำนานกว่า)
ความเชี่ยวชาญที่ต้องใช้ เป็นวิธีมาตรฐาน ต้องผ่านการฝึกเฉพาะและมีประสบการณ์
ผลการรักษาโรค ใกล้เคียงกันในผู้ป่วยที่เลือกมาอย่างเหมาะสม

ความเสี่ยงหลักของการผ่าตัดไทรอยด์ เช่น เสียงแหบ ภาวะแคลเซียมต่ำจากต่อมพาราไทรอยด์ หรือเลือดออก อาจเกิดได้กับทุกวิธี การเลือกวิธีผ่าตัดจึงควรเริ่มจากความปลอดภัยและความเหมาะสมกับโรค แล้วจึงพิจารณาเรื่องความสวยงาม

ขั้นตอนการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านช่องปาก

  1. 1ให้ยาสลบ เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด
  2. 2สอดกล้องและเครื่องมือ ผ่านเยื่อบุริมฝีปาก
  3. 3ตัดและนำต่อมไทรอยด์ออก โดยระวังไม่ให้กระทบเส้นเสียงและโครงสร้างสำคัญอื่น
  4. 4เย็บปิดแผลภายในช่องปาก ไม่ทิ้งรอยแผลภายนอก

การฟื้นตัวหลังผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง

  • ✓กลับบ้านได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • ✓อาจปวดและบวมใต้คางบ้าง แต่จะลดลงภายในไม่กี่วัน
  • ✓ช่วงแรกควรเลี่ยงอาหารแข็งหรือร้อนจัด เพื่อไม่ให้แผลในช่องปากระคายเคือง
  • ✓กลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

ทำไมต้องผ่าตัดไทรอยด์ที่ รพ.สมิติเวช ชลบุรี

ผลการรักษาที่ดีไม่ได้ขึ้นกับเทคนิคการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว สมิติเวช ชลบุรี วางแนวทางดูแลไว้ 3 ด้าน

1. เทคโนโลยีและระบบการรักษาที่ตอบโจทย์

  • ✓ผ่าตัดไทรอยด์ด้วยเทคนิคส่องกล้องในผู้ป่วยที่เหมาะสม
  • ✓วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลจากผลตรวจและตำแหน่งของก้อน
  • ✓แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัย
  • ✓มีระบบติดตามอาการหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง

2. แพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และศีรษะและลำคอ

  • ✓ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางที่ผ่านการอบรมด้านศัลยศาสตร์ศีรษะและลำคอ (Head & Neck Surgery)
  • ✓ประเมินรอบด้านก่อนผ่าตัด ทั้งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและภาพวินิจฉัย
  • ✓ให้ความสำคัญกับเส้นประสาทควบคุมเสียงและต่อมพาราไทรอยด์
  • ✓มีทีมพยาบาลและสหสาขาวิชาชีพดูแลตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงการติดตามผล

3. ดูแลใกล้ชิดตลอดเส้นทางการรักษา

  • ✓ให้คำปรึกษาและอธิบายทางเลือกการรักษาอย่างชัดเจน
  • ✓ประสานงานการตรวจ นัดผ่าตัด และเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอย่างเป็นระบบ
  • ✓ดูแลเรื่องอาการปวด แผล การรับประทานอาหาร และการฟื้นตัว
  • ✓นัดติดตามผลและให้คำแนะนำการดูแลตนเองหลังกลับบ้าน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้อง

ผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องผ่านช่องปากเจ็บไหม

อาจมีอาการปวดและบวมบริเวณใต้คางหรือริมฝีปากล่างได้ แต่มักลดลงภายในไม่กี่วัน แพทย์จะดูแลเรื่องยาแก้ปวดให้เหมาะกับแต่ละคน

ต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน

โดยทั่วไปกลับบ้านได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพร่างกายและการประเมินของแพทย์

ก้อนที่ไทรอยด์ขนาดเท่าไรจึงผ่าตัดผ่านช่องปากได้

ก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งขนาดไม่เกิน 4 ซม. มักเข้าเกณฑ์ แต่ยังต้องพิจารณาลักษณะก้อน ตำแหน่ง และประวัติการรักษาร่วมด้วย

ผ่าตัดไทรอยด์แล้วกระทบเสียงไหม

การผ่าตัดไทรอยด์ทุกวิธีมีความเสี่ยงต่อเส้นประสาทควบคุมเสียง ซึ่งอาจทำให้เสียงแหบชั่วคราว ส่วนการเกิดถาวรพบได้น้อย ศัลยแพทย์จะระวังโครงสร้างนี้เป็นพิเศษระหว่างผ่าตัด

ผ่าตัดแล้วต้องกินยาไทรอยด์ต่อไหม

ขึ้นกับปริมาณต่อมที่ตัดออก หากตัดออกทั้งหมด มักต้องรับฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนต่อเนื่อง หากตัดเพียงบางส่วน บางรายอาจไม่จำเป็น แพทย์จะติดตามระดับฮอร์โมนหลังผ่าตัด

ปรึกษาแพทย์เรื่องผ่าตัดไทรอยด์ ชลบุรี

ความเหมาะสมของแต่ละเทคนิคขึ้นกับขนาดก้อน ตำแหน่ง และประวัติการรักษาของแต่ละคน หากสนใจผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องหรือมีข้อสงสัยเรื่องโรคไทรอยด์ สามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้

สอบถามข้อมูล / นัดหมายปรึกษาแพทย์ ที่ รพ.สมิติเวช ชลบุรี

Line: @schtele หรือคลิก https://maac.io/3wgUI
ศูนย์หู คอ จมูก: 033-038911





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์ _2

นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์ 

นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์     ใครเคยเป็นบ้าง  ?   “นอนกรนจนลูกมาสะกิด  บอกว่าพ่อเบาหน่อยค่ะ  หนูนอนไม่หลับ”    “สามีกรนๆอยู่ เสียงกรนก็หายไป  ไม่หายใจเกือบนาทีเลยค่ะ  สามีจะเป็นอะไรไหมคะ”    “กำลังหลับ แล้วรู้สึก เหมือนมีอะไรมาติดคอ พอหลับไปก็สะดุ้งตื่นอีก เหมือนไม่ได้นอนทั้งคืนเลย…แต่ภรรยา    ก็ไม่ได้บอกว่านอนกรนนะครับ ภรรยาหลับปุ๋ยเลยครับ”               นี่เป็นส่วนหนึ่งของอาการที่ผู้ป่วยเล่าให้หมอฟัง ผู้ป่วยทั้ง 3 คน มีลักษณะอาการที่ไม่เหมือนกัน แต่ทั้งหมดได้รับการตรวจการนอนหลับและวินิจฉัยว่า… เป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea : OSA) เรียกสั้นๆว่า โอ เอส เอ นะคะ ไม่อ่านว่า โอซ่า นะทุกคน
อ่านต่อ