033-038-888
วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

โรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก เป็นโรคติดเชื้อที่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด ปัจจุบันวัคซีนป้องกัน 3 โรคนี้มักให้ในรูปแบบวัคซีนรวม เช่น DTaP, Tdap หรือ Td/dT ตามช่วงอายุและความเหมาะสมของแต่ละคน

1,250 บาท / ชุด

 

วัคซีนป้องกัน โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

ป้องกัน 3 โรคร้าย ด้วยวัคซีนที่สำคัญในทุกช่วงวัย

 

 

 

 

             โรคคอตีบ ไอกรน และบาดทะยัก เป็นโรคติดเชื้อที่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด ปัจจุบันวัคซีนป้องกัน 3 โรคนี้มักให้ในรูปแบบวัคซีนรวม เช่น DTaP, Tdap หรือ Td/dT ตามช่วงอายุและความเหมาะสมของแต่ละคน

 

 

❄️ โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก คืออะไร 

โรคคอตีบ (Diphtheria) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มักเกิดในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เจ็บคอ มีไข้ และอาจเกิดแผ่นเยื่อหนาในลำคอจนหายใจลำบากได้ โรคนี้ป้องกันได้ด้วยวัคซีน และองค์การอนามัยโลกแนะนำให้ได้รับวัคซีนที่มีส่วนประกอบของคอตีบต่อเนื่องตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยรุ่นเพื่อการป้องกันระยะยาว

 

 

❄️ โรคไอกรน (Pertussis) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย อาการเด่นคือไอเป็นชุด ไอรุนแรง หรือไอนาน โดยเฉพาะในเด็กเล็กอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ กรมควบคุมโรคระบุว่าโรคไอกรนเป็นหนึ่งในโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน และพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี

 

 

❄️ โรคบาดทะยัก (Tetanus) เกิดจากสารพิษของเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล ทำให้กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง อ้าปากลำบาก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ วัคซีนบาดทะยักจึงยังเป็นวัคซีนสำคัญที่ต้องฉีดกระตุ้นต่อเนื่องในระยะยาว

วัคซีนนี้ช่วยป้องกันอะไรได้บ้าง

 

 

 

    วัคซีนกลุ่มนี้ช่วยป้องกัน 3 โรคสำคัญ ได้แก่

  • โรคคอตีบ

  • ไอกรน

  • บาดทะยัก

     

     

ในเด็กเล็กมักใช้วัคซีนชนิด DTaP หรือวัคซีนรวมที่มีส่วนประกอบใกล้เคียง ส่วนเด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่มักใช้ Tdap หรือวัคซีนกระตุ้นที่มีส่วนประกอบคอตีบ-บาดทะยักร่วมกับไอกรนตามข้อบ่งชี้

วัคซีนแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

DTaP ใช้ในเด็กเล็ก โดยทั่วไปแนะนำทั้งหมด 5 เข็ม ที่อายุประมาณ 2 เดือน, 4 เดือน, 6 เดือน, 15–18 เดือน และ 4–6 ปี

 

Tdap ใช้สำหรับเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป วัยรุ่น และผู้ใหญ่ โดยวัยรุ่นควรได้รับ 1 เข็มช่วงอายุ 11–12 ปี และผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับ Tdap มาก่อนควรได้รับ 1 เข็มเช่นกัน

 

หลังจากนั้น การกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามปกติมักทำด้วย Td หรือ Tdap ทุก 10 ปี เพื่อคงระดับภูมิให้เพียงพอ

 

    หญิงตั้งครรภ์ควรฉีดหรือไม่

หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับ Tdap ในทุกการตั้งครรภ์ โดย CDC แนะนำให้ฉีดในช่วงต้นของไตรมาส 3 เพื่อช่วยถ่ายทอดภูมิคุ้มกันไปสู่ทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไอกรนมากที่สุด

ใครบ้างที่ควรพิจารณารับวัคซีน

วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เหมาะสำหรับ

  • เด็กเล็กตามวัยรับวัคซีน

  • เด็กโตและวัยรุ่นที่ถึงกำหนดกระตุ้นภูมิ

  • ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับ Tdap มาก่อน

  • หญิงตั้งครรภ์ทุกการตั้งครรภ์

  • ผู้ที่มีบาดแผลเสี่ยงและอาจต้องประเมินสถานะวัคซีนบาดทะยักเพิ่มเติมโดยแพทย์

     

     

   อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน

อาการที่พบได้บ่อยหลังฉีดวัคซีน ได้แก่ ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำ งอแง หรืออ่อนเพลียชั่วคราว ซึ่งมักหายได้เอง ส่วนผู้ที่เคยมีอาการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง หรือมีภาวะทางระบบประสาทบางอย่าง ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับวัคซีนทุกครั้ง

ทำไมต้องฉีดวัคซีนกระตุ้น

แม้เคยได้รับวัคซีนตอนเด็กแล้ว แต่ภูมิคุ้มกันอาจลดลงตามเวลา โดยเฉพาะในโรคไอกรนและบาดทะยัก จึงควรมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นตามช่วงอายุหรือคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรงและลดการแพร่เชื้อสู่คนใกล้ชิด โดยเฉพาะทารกและผู้สูงอายุ

สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง





แพ็กเกจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง