อัลตร้าซาวด์ ช่องคลอด TVS 999 บาท (จำกัด 200 สิทธิ์) ถึง 31 ส.ค.69 เท่านั้น
วันแม่ปีนี้ ชวนสาวๆ ใส่ใจสุขภาพผู้หญิง
สำหรับสตรีอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่มีอาการหรือความเสี่ยงตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องคลอด คัดกรองเนื้องอกมดลูกและถุงน้ำรังไข่ (TVS)
ทำไมต้องตรวจอัลตร้าซาวด์ถุงน้ำรังไข่ (Transvaginal Ultrasound)?
การตรวจสุขภาพของผู้หญิงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงระบบสืบพันธุ์และอวัยวะภายในที่ซ่อนตัวอยู่ การตรวจอัลตร้าซาวด์ถุงน้ำรังไข่ หรือ Transvaginal Ultrasound เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงและแม่นยำในการตรวจสอบสภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:
1. ตรวจหาถุงน้ำรังไข่และความผิดปกติของรังไข่
การตรวจอัลตร้าซาวด์ทางช่องคลอดช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นรังไข่และมดลูกได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งมีประโยชน์ในการตรวจหาถุงน้ำรังไข่ (Ovarian Cysts) ที่อาจไม่แสดงอาการในช่วงแรก แต่ถ้าไม่ถูกตรวจพบ อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน เช่น การเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือมะเร็งรังไข่ในบางกรณี
2. วินิจฉัยความผิดปกติของมดลูก
อัลตร้าซาวด์สามารถตรวจหาก้อนเนื้อหรือเนื้องอกในมดลูก (Fibroids) และความผิดปกติอื่นๆ ของมดลูก เช่น ผนังมดลูกที่หนาหรือบางเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการมีบุตรหรือปัญหาประจำเดือนผิดปกติ การตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที
3. ติดตามภาวะมีบุตรยากและการตั้งครรภ์
สำหรับผู้หญิงที่กำลังวางแผนมีบุตรหรือพบปัญหาภาวะมีบุตรยาก การตรวจ Transvaginal Ultrasound ช่วยประเมินสุขภาพของรังไข่ มดลูก และท่อนำไข่ เพื่อวางแผนการรักษาและการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ในระยะเริ่มต้น
4. วินิจฉัยโรคทางนรีเวชต่างๆ
อัลตร้าซาวด์ชนิดนี้สามารถใช้ตรวจวินิจฉัยโรคทางนรีเวช เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease) หรือแม้กระทั่งตรวจหามะเร็งรังไข่ในระยะแรก ซึ่งโรคเหล่านี้อาจไม่มีอาการชัดเจนในช่วงเริ่มต้น
5. ความแม่นยำและความชัดเจน
การตรวจ Transvaginal Ultrasound ให้ภาพที่ละเอียดและชัดเจนกว่าอัลตร้าซาวด์ทั่วไป เนื่องจากหัวตรวจถูกใส่เข้าไปภายในช่องคลอด ทำให้แพทย์สามารถตรวจสอบอวัยวะในช่องท้องน้อยได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดหรือต้องรอจนมีอาการรุนแรง
เมื่อไหร่ที่ควรตรวจ?
1.มีอาการปวดท้องน้อยที่ผิดปกติ
2.ประจำเดือนผิดปกติ เช่น ประจำเดือนขาดหรือมามากเกินไป
3.สงสัยภาวะมีบุตรยากหรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์
4.มีอาการเจ็บหรือผิดปกติในระบบสืบพันธุ์
5.สงสัยมีก้อนเนื้อในรังไข่หรือมดลูก