033-038-888

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV) คืออะไร ทำไมถึงจำเป็นต้องฉีด ?

(ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-06-22 17:11:00

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV) คืออะไร ทำไมถึงจำเป็นต้องฉีด ?

Key Takeaways:
โรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นภัยเงียบที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV) จึงเป็นเกราะป้องกันที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับเด็กแรกเกิดที่ควรได้รับภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ตัววัคซีนมีความปลอดภัยสูงเพราะผลิตจากโปรตีนเลียนแบบไวรัส ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ยาวนานตลอดชีวิต นอกจากนี้ กำหนดการฉีดจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัยและเงื่อนไขทางสุขภาพ ซึ่งผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนได้โดยมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย เช่น อาการปวดบริเวณที่ฉีดหรือมีไข้ต่ำ

โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เปรียบเสมือนภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคตได้ ด้วยความรุนแรงนี้ วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV) จึงถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม สำหรับผู้ที่สงสัยว่าวัคซีนนี้คืออะไร จำเป็นไหม และควรฉีดตอนไหน มาร่วมค้นหาคำตอบอย่างละเอียดได้ในบทความนี้

ทำความรู้จักโรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) ภัยใกล้ตัวกว่าที่คิด !

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องของวัคซีน ควรทำความเข้าใจก่อนว่า โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) คือการติดเชื้อไวรัสที่บริเวณตับ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการอักเสบเฉียบพลัน หากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด จะกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV) คืออะไร ?

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine) คือวัคซีนที่ผลิตขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบบีโดยเฉพาะ ในปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากผลิตจากส่วนประกอบของโปรตีนที่เลียนแบบไวรัส ไม่ใช่ตัวไวรัสที่มีชีวิต จึงไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อหลังจากการฉีด

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี จำเป็นไหม ?

คำตอบคือ "จำเป็นอย่างยิ่ง" และถือเป็นวัคซีนพื้นฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กไทยทุกคนต้องได้รับ เพราะการป้องกันตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อนั้น สามารถทำได้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคเรื้อรังแล้วหลายเท่าตัว

ใครควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ?

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ถือเป็นวัคซีนพื้นฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ฉีดทันทีภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากมารดาที่อาจมีเชื้อไวรัสอยู่แล้ว และควรครอบคลุมประชากรทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ซึ่งสามารถถ่ายทอดได้ทางเลือด เพศสัมพันธ์ รวมถึงของเหลวในร่างกาย หากยังไม่เคยได้รับวัคซีนควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดให้ครบตามจำนวนที่เหมาะสม

ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีจำเป็นไหม มีแนวทางการฉีดอย่างไร ?

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ควรฉีดตอนไหน ?

การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สามารถแบ่งระยะเวลาการฉีดได้ตามช่วงวัย และกลุ่มเป้าหมายได้ดังตารางด้านล่างนี้

กลุ่มผู้รับวัคซีน เข็มที่ 1 เข็มที่ 2 เข็มที่ 3 ข้อแนะนำเพิ่มเติม / กรณีพิเศษ
เด็กทารกแรกเกิด (น้ำหนักปกติและมารดาไม่มีเชื้อ) ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด อายุ 1-2 เดือน อายุ 6 เดือน มักให้ร่วมกับวัคซีนรวม (เช่น คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน) ในเข็มถัดไป
เด็กทารกที่มารดามีเชื้อ (HBsAg เป็นบวก) ทันทีหลังคลอด อายุ 1-2 เดือน อายุ 6 เดือน ต้องฉีดพร้อมอิมมูโนโกลบูลิน (HBIG) ในตำแหน่งที่ต่างกัน และควรตรวจเลือดดูภูมิคุ้มกันเมื่ออายุ 9-12 เดือน
เด็กทารกคลอดก่อนกำหนด (น้ำหนักน้อยกว่า 2,000 กรัม) อายุครบ 1 เดือน หรือก่อนออกจากโรงพยาบาล ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน อายุ 6 เดือน แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดรวมทั้งหมด 4 เข็ม (0, 1, 2, 6 เดือน)
เด็กโตและวัยรุ่น (11-15 ปี) (กลุ่มที่ยังไม่เคยรับวัคซีน) ณ วันที่เริ่มฉีด ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน ทางเลือก: แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดแบบ 2 เข็ม (เดือนที่ 0 และ 4-6) โดยใช้วัคซีนสูตรเฉพาะ
ผู้ใหญ่ทั่วไป (กลุ่มที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน) ณ วันที่เริ่มฉีด ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน แนะนำให้ตรวจเลือด (HBsAg และ Anti-HBs) ก่อนฉีด เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อและยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
กลุ่มเสี่ยงสูงหรือผู้ป่วยเฉพาะทาง ณ วันที่เริ่มฉีด (ใช้ปริมาณวัคซีนเพิ่มขึ้น) ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน ห่างจากเข็มแรก 2 เดือน และ 6 เดือน ต้องมีการเจาะเลือดติดตามระดับภูมิคุ้มกันเป็นระยะ หากภูมิคุ้มกันลดลงอาจต้องฉีดกระตุ้น

 

ผลข้างเคียงของวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีที่ควรรู้

หลังฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ผู้รับวัคซีนบางรายอาจพบผลข้างเคียงบางประการที่พบได้ทั่วไป มักมีอาการเพียงเล็กน้อยและหายได้เอง ดังนี้

  • ปวด บวม แดง บริเวณแขนที่ฉีด
  • มีไข้ต่ำ หรือปวดศีรษะ

คำแนะนำ: หากมีอาการปวด สามารถประคบเย็นบริเวณที่ฉีด หรือรับประทานยาลดไข้ตามอาการได้

เริ่มต้นป้องกันไวรัสตับอักเสบบีวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในอนาคต

การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องตัวเอง แต่ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่คนรอบข้าง โดยเฉพาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการวางแผนสุขภาพที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยตั้งแต่ก้าวแรก เริ่มดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยด้วยวัคซีนที่ครบถ้วน สามารถตรวจสอบความพร้อมและเลือกรับบริการแพ็กเกจวัคซีนเด็ก ที่ครอบคลุมทั้งวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมกับแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี โทร 033-038-955 หรือ LINE OA: @dr.samitchon (มี @ ด้วย)

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในเด็ก (FAQs)

Q: เด็กจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีทุกคนหรือไม่ ?

A: จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวัคซีนพื้นฐานตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกและป้องกันการเป็นพาหะเรื้อรัง

Q: หากลืมพาลูกไปฉีดวัคซีนตามนัด ต้องเริ่มต้นฉีดใหม่หรือไม่ ?

A: ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ สามารถรับวัคซีนเข็มต่อไปเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเนื่องได้ทันที แต่ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อปรับตารางการฉีดให้เหมาะสม

Q: เด็กที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว ภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?

A: ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมักอยู่ได้ยาวนานตลอดชีวิต โดยทั่วไปประชากรที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ ยกเว้นกลุ่มเสี่ยงที่แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล

Q: วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีสามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นได้หรือไม่ ?

A: สามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนพื้นฐานชนิดอื่นในวันเดียวกันได้ โดยแพทย์หรือพยาบาลจะทำการฉีดในบริเวณร่างกายที่แตกต่างกันเพื่อความปลอดภัย

 

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. Hepatitis B Perinatal Vaccine Information. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.cdc.gov/hepatitis-b/hcp/perinatal-provider-overview/vaccine-administration.html
  2. Hepatitis B Vaccine Administration. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.cdc.gov/hepatitis-b/hcp/vaccine-administration/index.html
  3. Hepatitis B Vaccine: Four Decades on. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38675820/
  4. Hepatitis B Vaccines. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34590138/
  5. Lessons from Thailand's successful prevention of mother-to-child hepatitis B transmission: Advancing toward elimination by 2030. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40094485/




สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
รู้ทันเชื้อ H. pylori ภัยเงียบของกระเพาะอาหาร ที่อาจเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว_2

รู้ทันเชื้อ H. pylori ภัยเงียบของกระเพาะอาหาร ที่อาจเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

• เชื้อ H. pylori คือแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง • อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดท้อง จุกแน่น ท้องอืด แสบท้อง เรอบ่อย คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร • หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเสี่ยงแผลในกระเพาะอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร • เชื้อสามารถติดต่อผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรือการใช้ภาชนะร่วมกัน • สามารถตรวจหาเชื้อได้ด้วยการตรวจลมหายใจ ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องกระเพาะอาหาร • การรักษาทำได้ด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรด ภายใต้การดูแลของแพทย์ • ป้องกันได้ด้วยการกินอาหารสะอาด ใช้ช้อนกลาง และล้างมืออย่างสม่ำเสมอ
อ่านต่อ