วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV) คืออะไร ทำไมถึงจำเป็นต้องฉีด ?
(ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-06-22 17:11:00
Key Takeaways:
โรคไวรัสตับอักเสบบี เป็นภัยเงียบที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV) จึงเป็นเกราะป้องกันที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับเด็กแรกเกิดที่ควรได้รับภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ตัววัคซีนมีความปลอดภัยสูงเพราะผลิตจากโปรตีนเลียนแบบไวรัส ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ยาวนานตลอดชีวิต นอกจากนี้ กำหนดการฉีดจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัยและเงื่อนไขทางสุขภาพ ซึ่งผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนได้โดยมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย เช่น อาการปวดบริเวณที่ฉีดหรือมีไข้ต่ำ
โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เปรียบเสมือนภัยเงียบที่อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับในอนาคตได้ ด้วยความรุนแรงนี้ วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV) จึงถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม สำหรับผู้ที่สงสัยว่าวัคซีนนี้คืออะไร จำเป็นไหม และควรฉีดตอนไหน มาร่วมค้นหาคำตอบอย่างละเอียดได้ในบทความนี้
ทำความรู้จักโรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) ภัยใกล้ตัวกว่าที่คิด !
ก่อนจะเข้าสู่เรื่องของวัคซีน ควรทำความเข้าใจก่อนว่า โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) คือการติดเชื้อไวรัสที่บริเวณตับ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการอักเสบเฉียบพลัน หากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด จะกลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV) คืออะไร ?
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV Vaccine) คือวัคซีนที่ผลิตขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบบีโดยเฉพาะ ในปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากผลิตจากส่วนประกอบของโปรตีนที่เลียนแบบไวรัส ไม่ใช่ตัวไวรัสที่มีชีวิต จึงไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อหลังจากการฉีด
วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี จำเป็นไหม ?
คำตอบคือ "จำเป็นอย่างยิ่ง" และถือเป็นวัคซีนพื้นฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เด็กไทยทุกคนต้องได้รับ เพราะการป้องกันตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อนั้น สามารถทำได้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคเรื้อรังแล้วหลายเท่าตัว
ใครควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ?
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ถือเป็นวัคซีนพื้นฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ฉีดทันทีภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากมารดาที่อาจมีเชื้อไวรัสอยู่แล้ว และควรครอบคลุมประชากรทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ซึ่งสามารถถ่ายทอดได้ทางเลือด เพศสัมพันธ์ รวมถึงของเหลวในร่างกาย หากยังไม่เคยได้รับวัคซีนควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดให้ครบตามจำนวนที่เหมาะสม

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ควรฉีดตอนไหน ?
การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สามารถแบ่งระยะเวลาการฉีดได้ตามช่วงวัย และกลุ่มเป้าหมายได้ดังตารางด้านล่างนี้
| กลุ่มผู้รับวัคซีน | เข็มที่ 1 | เข็มที่ 2 | เข็มที่ 3 | ข้อแนะนำเพิ่มเติม / กรณีพิเศษ |
|---|---|---|---|---|
| เด็กทารกแรกเกิด (น้ำหนักปกติและมารดาไม่มีเชื้อ) | ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด | อายุ 1-2 เดือน | อายุ 6 เดือน | มักให้ร่วมกับวัคซีนรวม (เช่น คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน) ในเข็มถัดไป |
| เด็กทารกที่มารดามีเชื้อ (HBsAg เป็นบวก) | ทันทีหลังคลอด | อายุ 1-2 เดือน | อายุ 6 เดือน | ต้องฉีดพร้อมอิมมูโนโกลบูลิน (HBIG) ในตำแหน่งที่ต่างกัน และควรตรวจเลือดดูภูมิคุ้มกันเมื่ออายุ 9-12 เดือน |
| เด็กทารกคลอดก่อนกำหนด (น้ำหนักน้อยกว่า 2,000 กรัม) | อายุครบ 1 เดือน หรือก่อนออกจากโรงพยาบาล | ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน | อายุ 6 เดือน | แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดรวมทั้งหมด 4 เข็ม (0, 1, 2, 6 เดือน) |
| เด็กโตและวัยรุ่น (11-15 ปี) (กลุ่มที่ยังไม่เคยรับวัคซีน) | ณ วันที่เริ่มฉีด | ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน | ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน | ทางเลือก: แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดแบบ 2 เข็ม (เดือนที่ 0 และ 4-6) โดยใช้วัคซีนสูตรเฉพาะ |
| ผู้ใหญ่ทั่วไป (กลุ่มที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน) | ณ วันที่เริ่มฉีด | ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน | ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน | แนะนำให้ตรวจเลือด (HBsAg และ Anti-HBs) ก่อนฉีด เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อและยังไม่มีภูมิคุ้มกัน |
| กลุ่มเสี่ยงสูงหรือผู้ป่วยเฉพาะทาง | ณ วันที่เริ่มฉีด (ใช้ปริมาณวัคซีนเพิ่มขึ้น) | ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน | ห่างจากเข็มแรก 2 เดือน และ 6 เดือน | ต้องมีการเจาะเลือดติดตามระดับภูมิคุ้มกันเป็นระยะ หากภูมิคุ้มกันลดลงอาจต้องฉีดกระตุ้น |
ผลข้างเคียงของวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีที่ควรรู้
หลังฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ผู้รับวัคซีนบางรายอาจพบผลข้างเคียงบางประการที่พบได้ทั่วไป มักมีอาการเพียงเล็กน้อยและหายได้เอง ดังนี้
- ปวด บวม แดง บริเวณแขนที่ฉีด
- มีไข้ต่ำ หรือปวดศีรษะ
คำแนะนำ: หากมีอาการปวด สามารถประคบเย็นบริเวณที่ฉีด หรือรับประทานยาลดไข้ตามอาการได้
เริ่มต้นป้องกันไวรัสตับอักเสบบีวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในอนาคต
การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องตัวเอง แต่ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่คนรอบข้าง โดยเฉพาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการวางแผนสุขภาพที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยตั้งแต่ก้าวแรก เริ่มดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยด้วยวัคซีนที่ครบถ้วน สามารถตรวจสอบความพร้อมและเลือกรับบริการแพ็กเกจวัคซีนเด็ก ที่ครอบคลุมทั้งวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมกับแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ ได้ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี โทร 033-038-955 หรือ LINE OA: @dr.samitchon (มี @ ด้วย)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในเด็ก (FAQs)
Q: เด็กจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีทุกคนหรือไม่ ?
A: จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวัคซีนพื้นฐานตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกและป้องกันการเป็นพาหะเรื้อรัง
Q: หากลืมพาลูกไปฉีดวัคซีนตามนัด ต้องเริ่มต้นฉีดใหม่หรือไม่ ?
A: ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ สามารถรับวัคซีนเข็มต่อไปเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเนื่องได้ทันที แต่ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อปรับตารางการฉีดให้เหมาะสม
Q: เด็กที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว ภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้นานแค่ไหน ?
A: ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมักอยู่ได้ยาวนานตลอดชีวิต โดยทั่วไปประชากรที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นซ้ำ ยกเว้นกลุ่มเสี่ยงที่แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล
Q: วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีสามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นได้หรือไม่ ?
A: สามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนพื้นฐานชนิดอื่นในวันเดียวกันได้ โดยแพทย์หรือพยาบาลจะทำการฉีดในบริเวณร่างกายที่แตกต่างกันเพื่อความปลอดภัย
ข้อมูลอ้างอิง:
- Hepatitis B Perinatal Vaccine Information. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.cdc.gov/hepatitis-b/hcp/perinatal-provider-overview/vaccine-administration.html
- Hepatitis B Vaccine Administration. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.cdc.gov/hepatitis-b/hcp/vaccine-administration/index.html
- Hepatitis B Vaccine: Four Decades on. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38675820/
- Hepatitis B Vaccines. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34590138/
- Lessons from Thailand's successful prevention of mother-to-child hepatitis B transmission: Advancing toward elimination by 2030. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40094485/