033-038-888

รู้ทันเชื้อ H. pylori ภัยเงียบของกระเพาะอาหาร ที่อาจเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

(ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-05-21 10:18:00

รู้ทันเชื้อ H. pylori ภัยเงียบของกระเพาะอาหาร ที่อาจเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

HIGHLIGHTS :

 

• เชื้อ H. pylori คือแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง

• อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดท้อง จุกแน่น ท้องอืด แสบท้อง เรอบ่อย คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร

• หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเสี่ยงแผลในกระเพาะอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร

• เชื้อสามารถติดต่อผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรือการใช้ภาชนะร่วมกัน

• สามารถตรวจหาเชื้อได้ด้วยการตรวจลมหายใจ ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องกระเพาะอาหาร

• การรักษาทำได้ด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรด ภายใต้การดูแลของแพทย์

• ป้องกันได้ด้วยการกินอาหารสะอาด ใช้ช้อนกลาง และล้างมืออย่างสม่ำเสมอ

 

รู้ทันเชื้อ H. pylori ตัวการสำคัญของโรคกระเพาะและมะเร็งกระเพาะอาหาร

             หลายคนอาจเคยมีอาการปวดท้อง จุกแน่น แสบท้อง หรือเรอบ่อยจนคิดว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะทั่วไป แต่รู้หรือไม่ว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญอาจเกิดจาก “เชื้อ H. pylori” แบคทีเรียที่สามารถอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ในระยะยาว

 

เชื้อ H. pylori คืออะไร ?

       H. pylori หรือ Helicobacter pylori เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรือภาชนะที่ปนเปื้อน รวมถึงการใช้ช้อนหรือแก้วน้ำร่วมกับผู้ติดเชื้อ เมื่อเชื้อเข้าสู่กระเพาะอาหาร จะทำให้เยื่อบุกระเพาะเกิดการอักเสบ และอาจนำไปสู่โรคต่าง ๆ ได้ หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคดังนี้ 

  - โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
  - แผลในกระเพาะอาหาร
  - แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น
  - มะเร็งกระเพาะอาหาร
  - อาการที่ไม่ควรมองข้าม

 

      

ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการชัดเจน แต่ในหลายกรณีอาจพบอาการ เช่น

  - ปวดหรือแสบบริเวณลิ้นปี่
  - ท้องอืด แน่นท้องหลังรับประทานอาหาร
  - คลื่นไส้ เรอบ่อย
  - เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  - อุจจาระสีดำ หรือมีเลือดปน
   หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด

 

   การตรวจหาเชื้อ H. pylori ทำได้อย่างไร ?

   ปัจจุบันมีหลายวิธีในการวินิจฉัยการติดเชื้อ เช่น

  - การตรวจลมหายใจ (Urea Breath Test)    
  - การตรวจเลือด
  - การตรวจอุจจาระ
  - การส่องกล้องกระเพาะอาหารร่วมกับเก็บตัวอย่างตรวจ
   แพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมตามอาการและความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

 

   การรักษาเชื้อ H. pylori

           การติดเชื้อสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรด ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อกำจัดเชื้อให้หมด

หลังการรักษา อาจต้องตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าเชื้อถูกกำจัดเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการเรื้อรังหรือมีความเสี่ยงต่อโรคกระเพาะอาหาร

 

   วิธีป้องกันการติดเชื้อ

           แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขอนามัย ดังนี้

  - ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  - รับประทานอาหารปรุงสุกและสะอาด
  - ดื่มน้ำสะอาด
  - หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น
  - ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกัน

 


การดูแลสุขภาพกระเพาะอาหารตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายในอนาคตได้ หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

 

 

สถานที่ตั้ง : อาคาร B ชั้น 3 (Building ฺB , 3rd floor)
เวลาทำการ : 8.00 a.m. - 8.00 p.m.
ติดต่อศูนย์ทางเดินอาหารและตับ : 033-038959
อีเมล์ : [email protected]





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด