033-038-888

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) ตรวจหาโรคอะไร เจ็บไหม ?

(ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-09-14 19:46:00

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) ตรวจหาโรคอะไร เจ็บไหม ?

Key Takeaways

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร หรือ Gastroscopy เป็นการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้นที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้อย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก หรือมีสัญญาณเตือนบางอย่าง การตรวจนี้ช่วยค้นหาสาเหตุของโรค เช่น กรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในทางเดินอาหาร รวมถึงความผิดปกติที่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถวางแผนรักษาได้อย่างตรงจุด

สารบัญ

อาการปวดท้อง จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย หรือรู้สึกกลืนติด กลืนลำบาก อาจไม่ใช่อาการอาหารไม่ย่อยธรรมดาเสมอไป เพราะความผิดปกติของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นบางชนิดไม่สามารถมองเห็นได้จากการตรวจร่างกายทั่วไป การส่องกล้องกระเพาะอาหารจึงเป็นวิธีตรวจสำคัญที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารส่วนต้นได้อย่างชัดเจน

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Gastroscopy คืออะไร วิธีส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร เจ็บไหม และใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพทางเดินอาหารได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ส่องกล้องกระเพาะอาหารคืออะไร ?

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร หรือ Gastroscopy คือการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้นด้วยกล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่ปลายท่ออ่อน โดยแพทย์จะสอดกล้องผ่านทางปาก เพื่อตรวจดูภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นอย่างละเอียด วิธีนี้ช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติได้โดยตรง

ในระหว่างการตรวจ แพทย์สามารถประเมินลักษณะของเยื่อบุทางเดินอาหาร ตรวจหาการอักเสบ แผล เลือดออก ติ่งเนื้อ หรือก้อนเนื้อที่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม รวมถึงสามารถเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (Biopsy) ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ในกรณีที่พบความผิดปกติ

จุดสำคัญของการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่

  • เป็นการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น ได้แก่ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น
  • ช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติภายในได้โดยตรง ไม่ต้องประเมินจากอาการเพียงอย่างเดียว
  • สามารถตรวจหาสาเหตุของอาการเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นจากการรักษาทั่วไป
  • สามารถเก็บชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติมได้หากพบรอยโรคที่น่าสงสัย

การส่องกล้องทางเดินอาหารช่วยวินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง ?

การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนต้น เป็นวิธีตรวจที่ช่วยค้นหาสาเหตุของอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีอาการเป็นซ้ำ รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด

โรคและภาวะที่สามารถตรวจพบได้จากการส่องกล้องกระเพาะอาหาร เช่น

  • โรคกรดไหลย้อนและหลอดอาหารอักเสบ ช่วยประเมินความเสียหายของเยื่อบุหลอดอาหารจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมา
  • กระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะอาหาร ตรวจดูตำแหน่งและความรุนแรงของแผล รวมถึงประเมินสาเหตุของอาการปวดท้อง
  • แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น ตรวจหาความผิดปกติบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น ที่อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือเลือดออก
  • เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น ช่วยค้นหาตำแหน่งที่มีเลือดออก เช่น แผลหรือรอยโรคบริเวณเยื่อบุ
  • ติ่งเนื้อ ก้อนเนื้อ หรือความผิดปกติของเยื่อบุทางเดินอาหาร เพื่อวางแผนตรวจเพิ่มเติมหรือรักษาต่อไป

วิธีส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร ?

ก่อนการตรวจ แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวม สอบถามอาการ โรคประจำตัว ยาที่รับประทาน รวมถึงประวัติแพ้ยา เพื่อวางแผนการตรวจให้เหมาะสมและปลอดภัย

ขั้นตอนโดยทั่วไปของการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่

  1. เตรียมตัวก่อนตรวจ : ผู้เข้ารับการตรวจต้องงดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด เพื่อให้กระเพาะอาหารว่างและช่วยให้แพทย์มองเห็นภายในได้ชัดเจน
  2. เริ่มการตรวจด้วยกล้องขนาดเล็ก : แพทย์จะใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กและยืดหยุ่น สอดผ่านทางปากเข้าสู่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น
  3. ตรวจและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมหากจำเป็น : หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม โดยผู้เข้ารับการตรวจมักไม่รู้สึกเจ็บจากขั้นตอนนี้
  4. พักฟื้นหลังตรวจ : หลังตรวจควรพักสังเกตอาการตามคำแนะนำ โดยเฉพาะกรณีได้รับยาระงับความรู้สึก

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร เจ็บไหม ?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนกังวลคือ “ส่องกล้องกระเพาะอาหารเจ็บไหม ?” โดยทั่วไปการตรวจอาจทำให้รู้สึกไม่สบายบริเวณลำคอ เช่น ระคายคอ อยากขย้อน คลื่นไส้ หรือรู้สึกแน่นท้องเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นการตรวจที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรง นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดความไม่สบายระหว่างตรวจ แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น

  • ใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณลำคอเพื่อลดความรู้สึกระคายเคือง
  • ใช้ยาระงับความรู้สึกในผู้ที่มีความกังวลหรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • มีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลตลอดขั้นตอนการตรวจ

หลังส่องกล้อง ผู้เข้ารับการตรวจบางรายอาจมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย ท้องอืด หรือเรอบ่อย ซึ่งมักดีขึ้นได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือมีไข้ ควรรีบแจ้งแพทย์ทันที

แพทย์กำลังส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy)

ใครบ้างที่ควรส่องกล้องกระเพาะอาหาร ?

ไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการปวดท้องจำเป็นต้องส่องกล้องกระเพาะอาหารทันที แต่หากมีอาการผิดปกติเรื้อรัง เป็นซ้ำ หรือมีสัญญาณเตือน แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

ผู้ที่อาจเหมาะกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่

  • ผู้ที่มีอาการปวดท้องส่วนบน จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ หรือแน่นท้องเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนต่อเนื่อง เช่น แสบร้อนกลางอก ขมคอ หรือเปรี้ยวปาก
  • ผู้ที่มีอาการกลืนลำบาก กลืนเจ็บ หรือรู้สึกเหมือนอาหารติดคอ
  • ผู้ที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนบ่อย หรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ผู้ที่มีภาวะซีด อ่อนเพลีย ถ่ายดำ หรือสงสัยเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • ผู้ที่น้ำหนักลดผิดปกติ เบื่ออาหาร หรือมีอาการผิดปกติที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งทางเดินอาหาร หรือมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบุคคล

เตรียมตัวก่อนส่องกล้องกระเพาะอาหารอย่างไร ?

การเตรียมตัวอย่างถูกต้องช่วยให้การตรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงระหว่างทำหัตถการ ผู้เข้ารับการตรวจควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด

สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนส่องกล้อง ได้แก่

  • งดน้ำและอาหารตามเวลาที่กำหนด
  • แจ้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคเลือด
  • แจ้งประวัติแพ้ยาและยาที่รับประทานเป็นประจำ
  • แจ้งแพทย์หากใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
  • เตรียมผู้ดูแลหรือญาติมาด้วย หากมีการใช้ยาระงับความรู้สึก
  • หลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ หากได้รับยานอนหลับ

ส่องกล้องกระเพาะอาหารต่างจากส่องกล้องลำไส้ใหญ่อย่างไร ?

แม้ทั้งการส่องกล้องกระเพาะอาหารและการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จะเป็นการตรวจระบบทางเดินอาหารเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่ตรวจและวัตถุประสงค์ของการตรวจแตกต่างกัน

การตรวจ ตำแหน่งที่ตรวจ อาการที่มักเกี่ยวข้อง
ส่องกล้องกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น ปวดลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก คลื่นไส้
ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายผิดปกติ ท้องผูกสลับท้องเสีย

ในบางราย แพทย์อาจพิจารณาตรวจทั้งทางเดินอาหารส่วนต้นและส่วนล่างร่วมกัน ขึ้นอยู่กับอาการ ประวัติสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล

อาการปวดท้อง จุกแน่น แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก หรือความผิดปกติของการขับถ่าย อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาระบบทางเดินอาหารที่ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้ที่ต้นเหตุ และลดความเสี่ยงของโรคที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต

โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี มีศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ พร้อมทีมแพทย์ที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารอย่างครอบคลุม ทั้งการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น และการตรวจคัดกรองลำไส้ใหญ่สำหรับผู้ที่สนใจส่องกล้องมะเร็งลำไส้ในชลบุรี เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพทางเดินอาหารอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

  • สถานที่ตั้ง : ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ อาคาร B ชั้น 3
  • เวลาทำการ : 08.00-20.00 น.
  • ติดต่อศูนย์ : 033-038-959
  • อีเมล : [email protected]

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร (FAQs)

Q: ส่องกล้องกระเพาะอาหารใช้เวลานานไหม ?

A: โดยทั่วไปการส่องกล้องกระเพาะอาหารใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการตรวจและความจำเป็นในการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม หลังตรวจผู้เข้ารับบริการอาจต้องพักสังเกตอาการตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะกรณีได้รับยาระงับความรู้สึก

Q: ส่องกล้องกระเพาะอาหารสามารถตรวจพบมะเร็งได้หรือไม่ ?

A: การส่องกล้องกระเพาะอาหารช่วยให้แพทย์สามารถตรวจดูความผิดปกติของเยื่อบุทางเดินอาหารได้โดยตรง และหากพบลักษณะที่สงสัย แพทย์สามารถเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค รวมถึงมะเร็งบางชนิดในระบบทางเดินอาหารส่วนต้นได้

Q: หากไม่มีอาการ จำเป็นต้องส่องกล้องกระเพาะอาหารหรือไม่ ?

A: ผู้ที่ไม่มีอาการอาจไม่จำเป็นต้องตรวจทุกราย แต่หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น อายุเพิ่มขึ้น มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางเดินอาหาร หรือมีความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจ

Q: หลังส่องกล้องกระเพาะอาหารสามารถกลับบ้านได้เลยหรือไม่ ?

A: โดยทั่วไปสามารถกลับบ้านได้หลังพักฟื้นและแพทย์ประเมินว่าอาการปลอดภัย แต่หากได้รับยาระงับความรู้สึก ควรมีผู้ดูแลพากลับบ้านและหลีกเลี่ยงการขับรถในวันตรวจ

Q: ควรส่องกล้องกระเพาะอาหารบ่อยแค่ไหน ?

A: ความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับอาการ ผลการตรวจครั้งก่อน ประวัติสุขภาพ และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการติดตามผลในแต่ละกรณี

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Upper gastrointestinal endoscopy. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จาก https://www.niddk.nih.gov/health-information/diagnostic-tests/upper-gi-endoscopy
  2. Upper GI Endoscopy. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จาก https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/endoscopy/about/pac-20395197




สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
รู้ทันเชื้อ H. pylori ภัยเงียบของกระเพาะอาหาร ที่อาจเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว_2

รู้ทันเชื้อ H. pylori ภัยเงียบของกระเพาะอาหาร ที่อาจเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว

• เชื้อ H. pylori คือแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง • อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดท้อง จุกแน่น ท้องอืด แสบท้อง เรอบ่อย คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร • หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเสี่ยงแผลในกระเพาะอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร • เชื้อสามารถติดต่อผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรือการใช้ภาชนะร่วมกัน • สามารถตรวจหาเชื้อได้ด้วยการตรวจลมหายใจ ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องกระเพาะอาหาร • การรักษาทำได้ด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรด ภายใต้การดูแลของแพทย์ • ป้องกันได้ด้วยการกินอาหารสะอาด ใช้ช้อนกลาง และล้างมืออย่างสม่ำเสมอ
อ่านต่อ