ส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) ตรวจหาโรคอะไร เจ็บไหม ?
(ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-09-14 19:46:00
Key Takeaways
การส่องกล้องกระเพาะอาหาร หรือ Gastroscopy เป็นการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้นที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นได้อย่างละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก หรือมีสัญญาณเตือนบางอย่าง การตรวจนี้ช่วยค้นหาสาเหตุของโรค เช่น กรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในทางเดินอาหาร รวมถึงความผิดปกติที่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถวางแผนรักษาได้อย่างตรงจุด
สารบัญ
- ส่องกล้องกระเพาะอาหารคืออะไร ?
- การส่องกล้องทางเดินอาหารช่วยวินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง ?
- วิธีส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร ?
- ส่องกล้องกระเพาะอาหาร เจ็บไหม ?
- ใครบ้างที่ควรส่องกล้องกระเพาะอาหาร ?
- เตรียมตัวก่อนส่องกล้องกระเพาะอาหารอย่างไร ?
- ส่องกล้องกระเพาะอาหารต่างจากส่องกล้องลำไส้ใหญ่อย่างไร ?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร (FAQs)
อาการปวดท้อง จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย หรือรู้สึกกลืนติด กลืนลำบาก อาจไม่ใช่อาการอาหารไม่ย่อยธรรมดาเสมอไป เพราะความผิดปกติของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นบางชนิดไม่สามารถมองเห็นได้จากการตรวจร่างกายทั่วไป การส่องกล้องกระเพาะอาหารจึงเป็นวิธีตรวจสำคัญที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติภายในทางเดินอาหารส่วนต้นได้อย่างชัดเจน
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Gastroscopy คืออะไร วิธีส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร เจ็บไหม และใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพทางเดินอาหารได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ส่องกล้องกระเพาะอาหารคืออะไร ?
การส่องกล้องกระเพาะอาหาร หรือ Gastroscopy คือการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้นด้วยกล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่ปลายท่ออ่อน โดยแพทย์จะสอดกล้องผ่านทางปาก เพื่อตรวจดูภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นอย่างละเอียด วิธีนี้ช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติได้โดยตรง
ในระหว่างการตรวจ แพทย์สามารถประเมินลักษณะของเยื่อบุทางเดินอาหาร ตรวจหาการอักเสบ แผล เลือดออก ติ่งเนื้อ หรือก้อนเนื้อที่อาจต้องตรวจเพิ่มเติม รวมถึงสามารถเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (Biopsy) ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ในกรณีที่พบความผิดปกติ
จุดสำคัญของการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่
- เป็นการตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น ได้แก่ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น
- ช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติภายในได้โดยตรง ไม่ต้องประเมินจากอาการเพียงอย่างเดียว
- สามารถตรวจหาสาเหตุของอาการเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นจากการรักษาทั่วไป
- สามารถเก็บชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติมได้หากพบรอยโรคที่น่าสงสัย
การส่องกล้องทางเดินอาหารช่วยวินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง ?
การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนต้น เป็นวิธีตรวจที่ช่วยค้นหาสาเหตุของอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีอาการเป็นซ้ำ รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด
โรคและภาวะที่สามารถตรวจพบได้จากการส่องกล้องกระเพาะอาหาร เช่น
- โรคกรดไหลย้อนและหลอดอาหารอักเสบ ช่วยประเมินความเสียหายของเยื่อบุหลอดอาหารจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมา
- กระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะอาหาร ตรวจดูตำแหน่งและความรุนแรงของแผล รวมถึงประเมินสาเหตุของอาการปวดท้อง
- แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น ตรวจหาความผิดปกติบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น ที่อาจทำให้เกิดอาการปวดหรือเลือดออก
- เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น ช่วยค้นหาตำแหน่งที่มีเลือดออก เช่น แผลหรือรอยโรคบริเวณเยื่อบุ
- ติ่งเนื้อ ก้อนเนื้อ หรือความผิดปกติของเยื่อบุทางเดินอาหาร เพื่อวางแผนตรวจเพิ่มเติมหรือรักษาต่อไป
วิธีส่องกล้องกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร ?
ก่อนการตรวจ แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวม สอบถามอาการ โรคประจำตัว ยาที่รับประทาน รวมถึงประวัติแพ้ยา เพื่อวางแผนการตรวจให้เหมาะสมและปลอดภัย
ขั้นตอนโดยทั่วไปของการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่
- เตรียมตัวก่อนตรวจ : ผู้เข้ารับการตรวจต้องงดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด เพื่อให้กระเพาะอาหารว่างและช่วยให้แพทย์มองเห็นภายในได้ชัดเจน
- เริ่มการตรวจด้วยกล้องขนาดเล็ก : แพทย์จะใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กและยืดหยุ่น สอดผ่านทางปากเข้าสู่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น
- ตรวจและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมหากจำเป็น : หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม โดยผู้เข้ารับการตรวจมักไม่รู้สึกเจ็บจากขั้นตอนนี้
- พักฟื้นหลังตรวจ : หลังตรวจควรพักสังเกตอาการตามคำแนะนำ โดยเฉพาะกรณีได้รับยาระงับความรู้สึก
ส่องกล้องกระเพาะอาหาร เจ็บไหม ?
หนึ่งในคำถามที่หลายคนกังวลคือ “ส่องกล้องกระเพาะอาหารเจ็บไหม ?” โดยทั่วไปการตรวจอาจทำให้รู้สึกไม่สบายบริเวณลำคอ เช่น ระคายคอ อยากขย้อน คลื่นไส้ หรือรู้สึกแน่นท้องเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นการตรวจที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรง นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดความไม่สบายระหว่างตรวจ แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น
- ใช้ยาชาเฉพาะที่บริเวณลำคอเพื่อลดความรู้สึกระคายเคือง
- ใช้ยาระงับความรู้สึกในผู้ที่มีความกังวลหรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- มีทีมแพทย์และพยาบาลดูแลตลอดขั้นตอนการตรวจ
หลังส่องกล้อง ผู้เข้ารับการตรวจบางรายอาจมีอาการเจ็บคอเล็กน้อย ท้องอืด หรือเรอบ่อย ซึ่งมักดีขึ้นได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือมีไข้ ควรรีบแจ้งแพทย์ทันที

ใครบ้างที่ควรส่องกล้องกระเพาะอาหาร ?
ไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการปวดท้องจำเป็นต้องส่องกล้องกระเพาะอาหารทันที แต่หากมีอาการผิดปกติเรื้อรัง เป็นซ้ำ หรือมีสัญญาณเตือน แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
ผู้ที่อาจเหมาะกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่
- ผู้ที่มีอาการปวดท้องส่วนบน จุกแน่นใต้ลิ้นปี่ หรือแน่นท้องเรื้อรัง
- ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนต่อเนื่อง เช่น แสบร้อนกลางอก ขมคอ หรือเปรี้ยวปาก
- ผู้ที่มีอาการกลืนลำบาก กลืนเจ็บ หรือรู้สึกเหมือนอาหารติดคอ
- ผู้ที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนบ่อย หรืออาเจียนเป็นเลือด
- ผู้ที่มีภาวะซีด อ่อนเพลีย ถ่ายดำ หรือสงสัยเลือดออกในทางเดินอาหาร
- ผู้ที่น้ำหนักลดผิดปกติ เบื่ออาหาร หรือมีอาการผิดปกติที่ไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งทางเดินอาหาร หรือมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบุคคล
เตรียมตัวก่อนส่องกล้องกระเพาะอาหารอย่างไร ?
การเตรียมตัวอย่างถูกต้องช่วยให้การตรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงระหว่างทำหัตถการ ผู้เข้ารับการตรวจควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด
สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อนส่องกล้อง ได้แก่
- งดน้ำและอาหารตามเวลาที่กำหนด
- แจ้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคเลือด
- แจ้งประวัติแพ้ยาและยาที่รับประทานเป็นประจำ
- แจ้งแพทย์หากใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- เตรียมผู้ดูแลหรือญาติมาด้วย หากมีการใช้ยาระงับความรู้สึก
- หลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ หากได้รับยานอนหลับ
ส่องกล้องกระเพาะอาหารต่างจากส่องกล้องลำไส้ใหญ่อย่างไร ?
แม้ทั้งการส่องกล้องกระเพาะอาหารและการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จะเป็นการตรวจระบบทางเดินอาหารเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่ตรวจและวัตถุประสงค์ของการตรวจแตกต่างกัน
| การตรวจ | ตำแหน่งที่ตรวจ | อาการที่มักเกี่ยวข้อง |
|---|---|---|
| ส่องกล้องกระเพาะอาหาร | หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น | ปวดลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก คลื่นไส้ |
| ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ | ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก | ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายผิดปกติ ท้องผูกสลับท้องเสีย |
ในบางราย แพทย์อาจพิจารณาตรวจทั้งทางเดินอาหารส่วนต้นและส่วนล่างร่วมกัน ขึ้นอยู่กับอาการ ประวัติสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล
อาการปวดท้อง จุกแน่น แสบร้อนกลางอก กลืนลำบาก หรือความผิดปกติของการขับถ่าย อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาระบบทางเดินอาหารที่ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้ที่ต้นเหตุ และลดความเสี่ยงของโรคที่อาจรุนแรงขึ้นในอนาคต
โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี มีศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ พร้อมทีมแพทย์ที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารอย่างครอบคลุม ทั้งการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น และการตรวจคัดกรองลำไส้ใหญ่สำหรับผู้ที่สนใจส่องกล้องมะเร็งลำไส้ในชลบุรี เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพทางเดินอาหารอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- สถานที่ตั้ง : ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ อาคาร B ชั้น 3
- เวลาทำการ : 08.00-20.00 น.
- ติดต่อศูนย์ : 033-038-959
- อีเมล : [email protected]
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่องกล้องกระเพาะอาหาร (FAQs)
Q: ส่องกล้องกระเพาะอาหารใช้เวลานานไหม ?
A: โดยทั่วไปการส่องกล้องกระเพาะอาหารใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการตรวจและความจำเป็นในการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม หลังตรวจผู้เข้ารับบริการอาจต้องพักสังเกตอาการตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะกรณีได้รับยาระงับความรู้สึก
Q: ส่องกล้องกระเพาะอาหารสามารถตรวจพบมะเร็งได้หรือไม่ ?
A: การส่องกล้องกระเพาะอาหารช่วยให้แพทย์สามารถตรวจดูความผิดปกติของเยื่อบุทางเดินอาหารได้โดยตรง และหากพบลักษณะที่สงสัย แพทย์สามารถเก็บชิ้นเนื้อส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค รวมถึงมะเร็งบางชนิดในระบบทางเดินอาหารส่วนต้นได้
Q: หากไม่มีอาการ จำเป็นต้องส่องกล้องกระเพาะอาหารหรือไม่ ?
A: ผู้ที่ไม่มีอาการอาจไม่จำเป็นต้องตรวจทุกราย แต่หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น อายุเพิ่มขึ้น มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางเดินอาหาร หรือมีความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการตรวจ
Q: หลังส่องกล้องกระเพาะอาหารสามารถกลับบ้านได้เลยหรือไม่ ?
A: โดยทั่วไปสามารถกลับบ้านได้หลังพักฟื้นและแพทย์ประเมินว่าอาการปลอดภัย แต่หากได้รับยาระงับความรู้สึก ควรมีผู้ดูแลพากลับบ้านและหลีกเลี่ยงการขับรถในวันตรวจ
Q: ควรส่องกล้องกระเพาะอาหารบ่อยแค่ไหน ?
A: ความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับอาการ ผลการตรวจครั้งก่อน ประวัติสุขภาพ และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการติดตามผลในแต่ละกรณี
ข้อมูลอ้างอิง
- Upper gastrointestinal endoscopy. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จาก https://www.niddk.nih.gov/health-information/diagnostic-tests/upper-gi-endoscopy
- Upper GI Endoscopy. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จาก https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/endoscopy/about/pac-20395197