033-038-888

ภาวะแพ้ยาสลบรุนแรง: เรื่องที่ทุกคนควรรู้

(ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ) ผู้เขียนบทความ : นายแพทย์ รณพร วีระฉันทะชาติ

ภาวะแพ้ยาสลบรุนแรง: เรื่องที่ทุกคนควรรู้

Malignant Hyperthermia

ภาวะแพ้ยาสลบรุนแรง: เรื่องที่ทุกคนควรรู้

ต้นเดือนมีนาคม 2569 เกิดกรณีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อนักธุรกิจชายวัย 37 ปี เข้ารับการศัลยกรรมจมูกและเหลาคางที่คลินิกย่านปทุมวัน กรุงเทพฯ แต่หลังดมยาสลบกลับไม่ฟื้นเป็นเวลา 4 วัน ต้องเข้า ICU มีค่ารักษาสูงกว่า 2 ล้านบาท ทีมแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากภาวะ Malignant Hyperthermia (MH) ซึ่งไม่ใช่ความผิดพลาดจากการผ่าตัด แต่เป็นปฏิกิริยาทางพันธุกรรมที่หายากและคาดเดาล่วงหน้าได้ยาก

MH คือภาวะฉุกเฉินที่เกิดเมื่อผู้ที่มียีนเสี่ยงได้รับยาดมสลบชนิดสูดดมหรือยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด ร่างกายจะปล่อยแคลเซียมในเซลล์กล้ามเนื้อออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งรุนแรง อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40°C หัวใจเต้นผิดจังหวะ เลือดเป็นกรด และกล้ามเนื้อสลาย หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้ พบได้ประมาณ 1 ต่อ 100,000 ครั้งที่ดมยาสลบในผู้ใหญ่ ส่วนในไทยรายงานอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 200,000 ครั้ง

MH ถ่ายทอดแบบ ยีนเด่น (Autosomal Dominant) — หากพ่อหรือแม่มียีนกลายพันธุ์ ลูกแต่ละคนมีโอกาส 50% ที่จะได้รับยีนนี้ เพียงได้ยีนมา 1 ชุดก็เพียงพอที่จะมีความเสี่ยง ยีนหลักที่เกี่ยวข้องคือ RYR1 (พบในผู้ป่วยราว 60%) CACNA1S (1%) และ STAC3 (พบน้อย) ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับระบบควบคุมแคลเซียมในกล้ามเนื้อ

สิ่งสำคัญคือ บางคนมียีนเสี่ยงแต่เคยดมยาสลบมาแล้วโดยไม่มีอาการ นั่นไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยในครั้งต่อไป เพราะภาวะนี้มี penetrance ไม่สมบูรณ์ คือยีนอาจไม่แสดงออกทุกครั้ง นอกจากนี้ในบางรายอาจเกิดจากการกลายพันธุ์ใหม่โดยไม่มีประวัติครอบครัวมาก่อน

ปัจจุบันสามารถตรวจคัดกรองได้ 2 ทาง คือ (1) ตรวจยีน (Genetic Testing) โดยเจาะเลือดวิเคราะห์ยีน RYR1/CACNA1S/STAC3 ข้อดีคือไม่เจ็บตัว แต่ตรวจไม่เจอไม่ได้แปลว่าไม่เสี่ยง เพราะยังมียีนที่ยังไม่รู้จัก และ (2) ตรวจจากชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อ (IVCT) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากลที่แม่นยำที่สุด แต่ต้องผ่าตัดเล็กและมีศูนย์ตรวจน้อยมากในไทย

เรื่อง "14 นามสกุลเสี่ยง" ที่เผยแพร่ในข่าว — รายชื่อนี้เป็นเพียงนามสกุลที่เคยมีรายงานผู้ป่วยในไทย ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในนามสกุลเหล่านี้จะเสี่ยง และคนที่ไม่มีนามสกุลในรายการก็อาจมียีนเสี่ยงได้เช่นกัน การนำนามสกุลไปตีตราหรือเลือกปฏิบัติเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

 

นักพันธุศาสตร์ให้คำปรึกษา (Genetic Counselor) สามารถช่วยได้ตั้งแต่ประเมินความเสี่ยงจากประวัติครอบครัว อธิบายข้อดี-ข้อจำกัดของการตรวจยีน ตีความผลตรวจให้เข้าใจง่าย วางแผนตรวจสมาชิกในครอบครัวที่อาจเสี่ยง (Cascade Testing) รวมถึงดูแลด้านจิตใจและประสานกับวิสัญญีแพทย์เพื่อวางแผนยาสลบที่ปลอดภัย

สิ่งที่ทุกคนควรทำก่อนเข้ารับการผ่าตัด

☐  สอบถามญาติว่าเคยมีใครมีอาการผิดปกติหรือเสียชีวิตระหว่างดมยาสลบหรือไม่

☐  สังเกตว่าในครอบครัวเคยมีใครมีอาการกล้ามเนื้อสลายจากออกกำลังกายในที่ร้อนหรือไม่

☐  หากมีประวัติที่น่าสงสัย ต้องแจ้งวิสัญญีแพทย์ทุกครั้ง

☐  หากทราบว่ามียีนเสี่ยง ควรพกบัตรแจ้งเตือน MH Alert Card ติดตัว

☐  ปรึกษา Genetic Counselor หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

 

MH เป็นภาวะที่หายากแต่ร้ายแรง สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรู้ประวัติครอบครัว เพราะนี่คือกุญแจที่ช่วยป้องกันได้ และหากทราบว่ามีความเสี่ยง ก็ยังสามารถผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยโดยใช้ยาสลบชนิดที่ไม่กระตุ้น MH ความรู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

แหล่งข้อมูล: MHAUS (www.mhaus.org) | Asian MH Alliance (www.amha.asia) | GeneReviews — MH Susceptibility (www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK1146)

 

ขอขอบคุณข้อมูล 

 นายแพทย์รณพร วีระฉันทะชาติ 

แพทย์ประจำศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ 

 





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
รู้จัก 6 เสาหลักของ Lifestyle Medicine  แนวทางดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนในปี 2026_2

รู้จัก 6 เสาหลักของ Lifestyle Medicine  แนวทางดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนในปี 2026

รู้จัก 6 เสาหลักของ Lifestyle Medicine  แนวทางดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนในปี 2026 เริ่มต้นสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ด้วยหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพไม่ได้หมายถึงแค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่คือการ ป้องกันโรคตั้งแต่ต้นทาง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวหนึ่งในแนวคิดทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก คือ Lifestyle Medicine หรือ เวชศาสตร์วิถีชีวิต ซึ่งเน้นการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับร่างกายและจิตใจ Lifestyle Medicine มีหลักการสำคัญ 6 ประการ หรือที่เรียกว่า 6 เสาหลักของสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 1. อาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาหารคือพื้นฐานของร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ แนวทางที่แนะนำ เลือกผัก ผลไม้ และธัญพืชเป็นหลัก ลดอาหารหวาน มัน เค็ม เลือกโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ 2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปไหลเวียนร่างกายได้ดีขึ้น รวมทั้งหัวใจ กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง รวมถึงช่วยควบคุมน้ำหนักและลดความเครียด
อ่านต่อ