033-038-888

เส้นเอ็นอักเสบ คืออะไร ? เจาะลึกอาการและสาเหตุที่ต้องรู้

(ศูนย์สุขภาพสตรี) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-09-14 20:13:00

เส้นเอ็นอักเสบ คืออะไร ? เจาะลึกอาการและสาเหตุที่ต้องรู้

Key Takeaways

ภาวะเส้นเอ็นอักเสบ (Tendinitis) คือการอักเสบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบข้อต่อจากการใช้งานซ้ำ ความเสื่อมตามวัย หรือการเล่นกีฬาผิดท่า สามารถสังเกตอาการเอ็นอักเสบได้จากอาการปวดเสียวแปลบ ตึงขัด ไปจนถึงความเจ็บเมื่อกดบริเวณจุดเกาะเส้นเอ็น โดยเฉพาะเอ็นแขนอักเสบที่พบได้บ่อยในคนทำงาน ซึ่งสามารถรักษาและฟื้นฟูได้โดยพักการใช้งาน ปรับพฤติกรรม หรือพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อป้องกันภาวะเรื้อรัง

Table of Content

หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการปวดตื้อ หรือเสียวแปลบสะท้านขึ้นมาทันทีเมื่อมีการขยับข้อมือ ยกแขน หรือเอื้อมหยิบของในชีวิตประจำวัน โดยอาการปวดเสียวตามข้อต่อของร่างกายนี้ มักจะถูกเหมารวมว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าทั่วไปชั่วคราว แต่รู้หรือไม่ว่านั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะเส้นเอ็นอักเสบ ซึ่งเป็นโรคระบบเนื้อเยื่ออ่อนที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่คนวัยทำงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงนักกีฬาที่ต้องใช้แรงกระแทก

แม้ว่าอาการเอ็นอักเสบจะดูเหมือนไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อชีวิตในทันที แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรม หรือรักษาอย่างถูกวิธี อาการปวดเล็กน้อยอาจทวีความรุนแรงจนกลายเป็นภาวะเอ็นอักเสบเรื้อรัง เอ็นฉีกขาด หรือส่งผลให้ข้อต่อยึดติดจนสูญเสียการเคลื่อนไหวไปในที่สุด การทำความเข้าใจว่าเอ็นอักเสบคืออะไร เกิดจากอะไร ? จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อ

 

Tendinitis คืออะไร ? ทำความเข้าใจกลไกของเส้นเอ็น

Tendinitis คือภาวะการอักเสบของเส้นเอ็น (Tendon) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มีลักษณะเป็นเส้นใยคอลลาเจนที่มีความเหนียวและแข็งแรงมาก ทำหน้าที่หลักในการเชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อเข้ากับกระดูก เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว เส้นเอ็นจะเป็นตัวส่งผ่านแรงดึงนั้นไปยังกระดูก ทำให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวได้ เมื่อเส้นเอ็นถูกใช้งานซ้ำในท่าเดิม มีแรงกระแทกมากเกินไป หรือเกิดแรงตึงเค้นสะสม เนื้อเยื่อเส้นใยคอลลาเจนขนาดเล็กภายในเส้นเอ็นจะเกิดการฉีกขาดระดับโมเลกุล ร่างกายจึงกระตุ้นกระบวนการอักเสบขึ้นมาเพื่อซ่อมแซม ส่งผลให้เกิดอาการเอ็นอักเสบ ได้แก่ อาการปวด บวม แดง ร้อน รวมถึงตึงขัดบริเวณรอบข้อต่อที่มีการใช้งาน

เส้นเอ็นอักเสบเกิดจากอะไร ?

ภาวะเส้นเอ็นอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยมีสาเหตุหลัก ดังต่อไปนี้

การใช้งานซ้ำ

เกิดจากการทำท่าทางเดิมซ้ำเป็นเวลานานต่อเนื่อง โดยไม่มีการพักข้อต่อที่เพียงพอ ส่งผลให้เส้นเอ็นต้องรับแรงตึงเค้นสะสม จนเกิดการฉีกขาดเล็ก ๆ ระดับโมเลกุลซ้ำที่จุดเดิม เช่น พฤติกรรมการเกร็งข้อมือพิมพ์งานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การใช้นิ้วมือไถโทรศัพท์ หรือการใช้อุปกรณ์ช่างที่ต้องออกแรงกะทันหันบ่อย ๆ

การออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาที่ผิดท่า

มักเกิดจากการข้ามขั้นตอนการยืดเหยียดอบอุ่นร่างกาย (Warm-up) ที่ถูกต้อง การเร่งเพิ่มน้ำหนัก หรือความเข้มข้นของการฝึกซ้อมรวดเร็วเกินไปจนเส้นเอ็นปรับตัวไม่ทัน รวมถึงจังหวะการลงน้ำหนัก หรือวางเท้าที่ผิดท่า เช่น การกระโดดลงส้นเท้าในการเล่นบาสเกตบอล หรือการสะบัดข้อมืออย่างรุนแรงในการตีแบดมินตัน ซึ่งสร้างแรงกระแทกซ้ำลงสู่เส้นเอ็นโดยตรง

ความเสื่อมตามวัย

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การไหลเวียนของเลือดที่นำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเส้นเอ็นจะลดลงตามธรรมชาติ ประกอบกับปริมาณน้ำและเส้นใยคอลลาเจนภายในโครงสร้างเส้นเอ็นเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เส้นเอ็นจึงแห้ง แข็ง เปราะง่ายขึ้น ส่งผลให้ความทนทานต่อแรงดึงลดลง และเกิดการบาดเจ็บอักเสบได้ง่ายแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย

โครงสร้างร่างกายไม่สมดุล

ลักษณะทางกายภาพที่ไม่สมดุลมาแต่กำเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลัง เช่น ภาวะความยาวของขา 2 ข้างไม่เท่ากัน เท้าแบน หรือมุมข้อต่อเอียงผิดปกติ จะส่งผลให้การถ่ายเทน้ำหนักและแรงดึงของกล้ามเนื้อผิดทิศทาง ทำให้เส้นเอ็นในบางตำแหน่งต้องแบกรับแรงตึงเค้นมากกว่าปกติอยู่ตลอดเวลา จนเกิดการอักเสบเรื้อรังขึ้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

เจาะลึกสัญญาณและอาการเส้นเอ็นอักเสบ

ภาวะเส้นเอ็นอักเสบ สามารถสังเกตอาการได้จากความผิดปกติรอบข้อต่อที่มีจุดเกาะของเส้นเอ็น โดยสัญญาณเตือนที่พบบ่อย ได้แก่

  • มีอาการปวดตื้อ เสียวแปลบ เมื่อมีการขยับเขยื้อน หรือใช้งานข้อต่อในส่วนนั้นและอาการปวดมักจะทุเลาลงเมื่อได้พักการใช้งาน
  • เกิดความรู้สึกตึงขัด ขยับข้อต่อได้ไม่สุด โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน
  • เมื่อใช้นิ้วกดลงไปบริเวณจุดเกาะเส้นเอ็นจะรู้สึกเจ็บอย่างชัดเจน
  • ในรายที่มีการอักเสบรุนแรง อาจพบอาการบวมแดง หรือรู้สึกอุ่นบริเวณผิวหนังรอบข้อต่อร่วมด้วย

โดยสำหรับกลุ่มคนทำงานออฟฟิศและสุภาพสตรีที่ต้องอุ้มบุตร หรือยกของหนัก มักพบภาวะเอ็นแขนอักเสบ เป็นพิเศษ เนื่องจากข้อมือและข้อศอกเป็นจุดที่มีการขยับซ้ำตลอดวัน หากเริ่มมีอาการปวดเส้นเอ็นแขนร้าวลงไปถึงนิ้วมือหรือร้าวขึ้นไปที่ข้อศอก นั่นเป็นสัญญาณว่าเส้นเอ็นบริเวณแขนกำลังแบกรับภาระเกินขีดจำกัด

อาการเอ็นอักเสบที่บริเวณแขนและหัวไหล่

เส้นเอ็นอักเสบต่างจากกล้ามเนื้ออักเสบอย่างไร ?

หลายคนมักสับสนระหว่างสองภาวะนี้ เนื่องจากอยู่ใกล้เคียงกัน แต่มีวิธีสังเกตข้อแตกต่าง ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ เส้นเอ็นอักเสบ (Tendinitis) กล้ามเนื้ออักเสบ (Muscle Strain)
ตำแหน่งที่ปวด ปวดเจาะจงบริเวณใกล้ข้อต่อ หรือจุดเกาะกระดูก ปวดบริเวณกว้างตามมัดกล้ามเนื้อ
ลักษณะการเจ็บ ปวดเสียวแปลบ ปวดจี๊ดเมื่อขยับกดโดนจุด ปวดระบม ปวดเมื่อยทั่วทั้งมัด
ระยะเวลา ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า เนื่องจากเลือดมาเลี้ยงน้อย ฟื้นตัวได้ไวกว่า เมื่อได้รับการพักผ่อน

 

เส้นเอ็นอักเสบอันตรายไหม ? สัญญาณเตือนที่ต้องพบแพทย์

คำตอบคือ ในระยะแรกไม่อันตรายร้ายแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรังจะอันตรายต่อสมรรถภาพของร่างกาย โดยมีสัญญาณเตือนที่บอกว่าควรไปพบแพทย์ ดังนี้

  • อาการปวดไม่ทุเลาลงหลังจากพักการใช้งานและปฐมพยาบาลเบื้องต้น (RICE) นานกว่า 1-2 สัปดาห์
  • อาการปวดรุนแรงขึ้นจนนอนไม่หลับ หรือปวดแม้ในขณะอยู่เฉย ๆไม่ได้ขยับร่างกาย
  • ไม่สามารถขยับข้อมือ แขน หรือข้อต่อส่วนนั้นได้เลย หรือรู้สึกข้อต่ออ่อนแรงผิดปกติ
  • มีอาการบวมโตอย่างรวดเร็ว สีผิวเปลี่ยน หรือมีไข้ร่วมด้วย ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อในปลอกหุ้มเส้นเอ็น

อย่ารอให้อาการปวดเล็กน้อยกลายสภาพเป็นอุปสรรคเรื้อรังที่จำกัดอิสรภาพในการใช้ชีวิต หากมีอาการปวดข้อ ปวดเสียวแปลบตามเส้นเอ็นแขน หรือสงสัยว่าตนเองกำลังเผชิญภาวะเส้นเอ็นอักเสบเรื้อรัง การได้รับการวินิจฉัยอย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะช่วยชะลอความเสื่อมและทำให้การรักษาง่ายขึ้น ที่คลินิกกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี พร้อมให้บริการดูแลรักษาปัญหาโรคกระดูก ข้อต่อ รวมถึงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างครอบคลุม โดยทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ร่วมกับทีมนักกายภาพบำบัดและเทคโนโลยีการฟื้นฟูที่ทันสมัย มุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ เพื่อคืนคุณภาพชีวิตและการเคลื่อนไหวที่ดีที่สุด

  • สถานที่ตั้ง : อาคาร B ชั้น 1
  • เวลาทำการ : 08.00-20.00 น.
  • โทรศัพท์: 033-038-878
  • อีเมล : [email protected]

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเส้นเอ็นอักเสบ (FAQs)

หากมีอาการเอ็นแขนอักเสบในระยะเริ่มต้น ควรประคบร้อน หรือประคบเย็นก่อน ?

ในระยะ 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการปวด หรือบวมฉับพลัน ควรประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบและลดอาการบวม หลังจากผ่าน 48 ชั่วโมงไปแล้ว หรือเมื่อเข้าสู่ระยะเรื้อรังที่รู้สึกตึงขัด จึงค่อยเปลี่ยนมาใช้การประคบร้อน เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

ปวดเส้นเอ็นแขนจากการทำงานออฟฟิศ สามารถหายเองได้ไหมโดยไม่ต้องกินยา ?

หากเป็นเพียงการอักเสบระยะเริ่มต้น สามารถหายเองได้โดยการพักใช้งานข้อต่อ ปรับท่านั่งและอุปกรณ์ทำงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) ควบคู่กับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แต่หากพักแล้วเกิน 1-2 สัปดาห์อาการยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

การฉีดสเตียรอยด์รักษาภาวะเส้นเอ็นอักเสบ อันตรายหรือไม่ ?

การฉีดสเตียรอยด์ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด ไม่ควรฉีดซ้ำที่เดิมบ่อยเกินไป ไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อปี เพราะอาจทำให้โครงสร้างเส้นเอ็นอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเปื่อยฉีกขาดได้ในอนาคต

นักกีฬา หรือคนทั่วไปจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการปวดเส้นเอ็นอักเสบ รุนแรงถึงขั้นเส้นเอ็นขาดแล้ว ?

หากเส้นเอ็นขาด มักจะเกิดอาการปวดแปลบอย่างรุนแรงทันที อาจได้ยินเสียง “เป๊าะ” ขณะเกิดอุบัติเหตุ หลังจากนั้นจะไม่สามารถเกร็ง หรือขยับข้อต่อส่วนนั้นได้เลย รวมถึงอาจเห็นรอยบุ๋มหรือก้อนนูนผิดปกติใต้ผิวหนัง ซึ่งต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Tendonitis. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จาก https://www.nhs.uk/conditions/tendonitis/
  2. Tendonitis / Tendinitis. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 จาก https://www.hss.edu/health-library/conditions-and-treatments/list/tendonitis




สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
คนทั่วไปอาจติดเชื้อ HPV ได้โดยไม่รู้ตัว !_2

คนทั่วไปอาจติดเชื้อ HPV ได้โดยไม่รู้ตัว !

เชื้อ HPV หรือ (Human Papillomavirus) หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากผู้หญิงเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว HPV เป็นโรคติดต่อที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชาย และเป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศโดยตรง หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าตนเองได้รับเชื้อ เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัส อีกหนึ่งตัวที่มีความน่ากลัวอย่างมาก เนื่องจากหากได้รับเชื้อแล้วเชื้อมักไม่แสดงอาการ แต่สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในระยะยาวได้ บางคนแสดงอาการเมื่อเชื้อได้ลุกลามไปแล้วและสามารถแพร่หาผู้อื่นได้
อ่านต่อ