วิธีป้องกัน รักษาอาการติดเชื้อ HPV ไวรัสตัวร้ายสำหรับผู้หญิง
(ศูนย์สุขภาพสตรี) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-09-13 17:31:00
Key Takeaways:
- สาเหตุและผลกระทบ: การติดเชื้อ HPV เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคหูดหงอนไก่ในผู้หญิง
- ช่องทางการติดต่อ: เชื้อไวรัสนี้มักติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์และการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรง
- ภัยเงียบที่ไม่มีอาการ: ผู้ติดเชื้อในระยะแรกมักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ทำให้สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว
- วิธีป้องกัน: สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ร่วมกับการเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ
- แนวทางการดูแลเมื่อพบเชื้อ: ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เองในหลายกรณี จึงควรดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ปรับพฤติกรรมสุขภาพ และติดตามอาการกับสูตินรีแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการลุกลาม
เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ สิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงคือการดูแลสุขภาพภายใน โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ เพราะเป็นส่วนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งหนึ่งในเชื้ออันตรายที่ต้องตระหนักรู้ คือไวรัส HPV เนื่องจากเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่โรคมะเร็งปากมดลูกได้ การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ รวมถึงแนวทางการรักษา จะช่วยให้รับมือและป้องกันความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
เชื้อ HPV คืออะไร ?
เชื้อ HPV (Human Papilloma Virus : HPV) คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเนื้อเยื่อบุผิว และกลายเป็นสาเหตุของการเกิดโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่มักพบได้บ่อยที่สุดในเพศหญิง ปัจจุบันนี้ เชื้อ HPV มีอยู่มากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง แต่อาจทำให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เซลล์เยื่อบุปากมดลูกทำงานผิดปกติ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรคมะเร็งปากมดลูก
โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ HPV คือโรคอะไร ?
ถ้าหากได้รับเชื้อไวรัส HPV เข้าสู่เซลล์เยื่อบุผิว จะสามารถพัฒนาไปเป็นโรคต่าง ๆ ดังนี้
- โรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งร้ายที่พบในผู้หญิง ซึ่งสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุดคือ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18
- โรคหูดหงอนไก่ โดยก่อให้เกิดตุ่มเนื้อนิ่มคล้ายดอกกะหล่ำบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก
- มะเร็งอื่น ๆ เช่น มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอ
เชื้อ HPV มาจากไหน ? รู้ทันปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อในผู้หญิง
การติดเชื้อ HPV เกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งที่พบได้หลัก ๆ มีดังต่อไปนี้
การมีเพศสัมพันธ์
การมีเพศสัมพันธ์ เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อ HPV โดยเป็นการแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง หรือแพร่เข้าสู่รอยขีดข่วนบนผิวหนัง ซึ่งความน่ากลัวของโรคก็คือ ผู้ที่มีเชื้อ HPV อยู่ในร่างกาย มักไม่มีอาการแสดงออกใด ๆ จึงมีโอกาสสูงที่จะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นโดยที่ไม่รู้ตัว
การตั้งครรภ์บ่อยครั้ง
ในขณะตั้งครรภ์ ภูมิคุ้มกันจะเกิดการเปลี่ยนแปลง รวมถึงระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จะสูงขึ้นอย่างมาก โดยฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนไปกระตุ้นการแสดงออกของยีนในเชื้อ HPV ส่งผลให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์มากกว่า 4 ครั้งขึ้นไป อีกทั้งเชื้อไวรัสยังสามารถแพร่สู่ทารกในครรภ์ได้อีกด้วย
การสูบบุหรี่จัด
สารพิษที่อยู่ในบุหรี่ จะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จัด หรือสูดดมควันบุหรี่เข้าไปบ่อย ๆ จึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อ HPV และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย
ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังจากการติดเชื้อ HPV เป็นพิเศษ เพราะคนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่าย และอาจมีอาการที่รุนแรงกว่าผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติ
อาการติดเชื้อ HPV ที่อาจเกิดขึ้นได้
การติดเชื้อ HPV ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใด ๆ ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อเริ่มก่อโรคหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ อาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการเหล่านี้
- มีหูดหงอนไก่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ เป็นตุ่มเล็ก ๆ ไม่เจ็บ แต่อาจมีอาการคัน
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปนออกมา
- มีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกปะปนเรื่อย ๆ นอกรอบประจำเดือน
ป้องกันและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ HPV อย่างถูกวิธี
ความน่ากลัวของเชื้อ HPV คือการที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ดังนั้น กลุ่มคนที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ จึงต้องหาทางป้องกันและลดความเสี่ยงด้วยวิธีดังต่อไปนี้
- ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และตรวจหาเชื้อไวรัส HPV เป็นประจำ
- หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับอวัยวะเพศแม้เพียงเล็กน้อย ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ทันที
- ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
รู้จักวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV
วิธีที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย และลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HPV ได้ในปัจจุบัน คือการฉีดวัคซีน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้
- วัคซีน HPV ชนิด 2 สายพันธุ์ เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และสายพันธุ์ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรง และเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
- วัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18
- วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อ HPV ได้ถึง 9 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 ทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก รวมถึงป้องกันการเกิดหูดที่อวัยวะเพศได้อีกด้วย

หากตรวจพบเชื้อ HPV ควรทำอย่างไร ?
หากตรวจพบว่าติดเชื้อ HPV ไม่ควรตื่นตระหนก เพราะร่างกายของคนส่วนใหญ่สามารถกำจัดเชื้อ HPV ได้เองตามธรรมชาติภายใน 1-2 ปี สิ่งที่ควรทำเมื่อตรวจพบเชื้อ เช่น
- เข้ารับการตรวจติดตามอาการกับสูตินรีแพทย์อย่างสม่ำเสมอตามที่นัดหมาย เพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก
- หากเป็นการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูง ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสพัฒนาไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้มากกว่าสายพันธุ์อื่น
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องการรักษาและการปรับพฤติกรรม
วิธีดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HPV
การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HPV มีส่วนช่วยให้ร่างกายกำจัดเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น ลดโอกาสลุกลามไปสู่การเกิดโรคร้ายแรง โดยสามารถทำได้ ดังนี้
- พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง
- งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง เพราะเป็นปัจจัยเร่งให้เซลล์ปากมดลูกผิดปกติ
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อไปสู่คู่นอน
- ไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลการตรวจอย่างต่อเนื่อง
ติดเชื้อ HPV รักษาหายหรือไม่ อย่างไร ?
ผู้ติดเชื้อ HPV มีโอกาสหายเป็นปกติได้ หากได้รับการรักษาที่รวดเร็ว โดยการรักษาจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
- กรณีที่เป็นหูด แพทย์จะรักษาด้วยการใช้ยา
- กรณีที่เชื้อรุนแรงจนกลายเป็นมะเร็ง จะรักษาด้วยการฉายรังสี หรือการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ
สำหรับใครที่กังวลกับการติดเชื้อ HPV สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับสูตินรีแพทย์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี ยินดีให้คำปรึกษาด้านโรคทางนรีเวช ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และฉีดวัคซีน HPV เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ รวมถึงป้องกันมะเร็งปากมดลูก
สอบถามแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็ง แพ็กเกจฉีดวัคซีน หรือนัดหมายเพื่อพบแพทย์ได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี
- สถานที่ตั้ง : อาคาร A ชั้น 2
- เวลาทำการ : 08.00-20.00 น.
- โทรศัพท์ : 033-038924
- อีเมล์ : [email protected]
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการติดเชื้อ HPV (FAQs)
ติดเชื้อ HPV 16 รักษาหายหรือไม่ ?
HPV 16 จัดเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงและมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูก ยังไม่มีวิธีรักษาที่กำจัดเชื้อ HPV โดยตรง แต่ในหลายกรณีร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันและกำจัดเชื้อได้เองภายในระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบเชื้อ HPV 16 ควรติดตามผลอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะหากเชื้อคงอยู่เป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกได้ โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมและแนวทางดูแลที่เหมาะสมตามผลตรวจของแต่ละบุคคล
ติดเชื้อ HPV แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ ?
ผู้ที่ติดเชื้อ HPV ยังสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ควรใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อ แม้ถุงยางอนามัยจะไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ทั้งหมด เนื่องจากเชื้อสามารถอยู่บริเวณผิวหนังที่ถุงยางอนามัยคลุมไม่ถึง
HPV ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกทุกคนหรือไม่ ?
ไม่ใช่ ผู้ที่ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่ไม่ได้พัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะร่างกายสามารถกำจัดหรือควบคุมเชื้อได้ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงและคงอยู่เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกและเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูกได้ จึงควรตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ
ติดเชื้อ HPV แล้วยังฉีดวัคซีน HPV ได้หรือไม่ ?
สามารถฉีดวัคซีน HPV ได้ แม้เคยติดเชื้อ HPV มาก่อน เนื่องจากวัคซีนช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่นที่ยังไม่เคยได้รับเชื้อ อย่างไรก็ตาม วัคซีนไม่ได้ใช้รักษาการติดเชื้อ HPV ที่มีอยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการฉีดวัคซีน
ข้อมูลอ้างอิง
- Human papillomavirus infection: Epidemiology, biology, host interactions, cancer development, prevention, and therapeutics. สืบค้นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38666757/
- Human Papillomavirus (HPV). สืบค้นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จาก https://www.cdc.gov/hpv/about/index.html
- HPV (human papillomavirus). สืบค้นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จาก https://www.fda.gov/consumers/womens-health-topics/hpv-human-papillomavirus
- Human papillomavirus and cancer. สืบค้นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papilloma-virus-and-cancer
- WHAT IS HUMAN PAPILLOMAVIRUS?. สืบค้นวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จาก https://www.iapac.org/fact-sheet/human-papillomavirus-hpv/