บทความสุขภาพ
-
ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Human Parainfluenza Virus: HPIV)
- ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (HPIV) เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ พบได้บ่อยในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ - อาการสำคัญ ได้แก่ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ไข้ต่ำ และอาจเกิดโรคครูป (Croup) ปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ - ช่วงระบาด มักพบมากในฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน–ตุลาคม - กลุ่มเสี่ยง คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคหอบหืด - การรักษา เน้นดูแลตามอาการ เนื่องจากยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนเฉพาะ - การป้องกัน ควรล้างมือ สวมหน้ากาก และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้ออ่านต่อ -
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว
แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคตอ่านต่อ -
การใส่ และ ถอด Invisalign ง่ายนิดเดียว โดย หมอไนซ์
✅ วิธีใส่ Invisalign ให้ถูกต้อง ใส่เครื่องมือให้แนบสนิทกับฟัน และควรใส่ให้ครบ 20-22 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ✅ วิธีถอด Invisalign อย่างถูกวิธี ถอดเครื่องมืออย่างนุ่มนวลจากฟันด้านหลัง และถอดเฉพาะช่วงรับประทานอาหารเท่านั้น ✅ สิ่งที่ควรรู้สำหรับผู้ใส่ Invisalign สามารถดื่มน้ำเปล่าได้โดยไม่ต้องถอดเครื่องมือ และควรใส่ต่อเนื่องทุกวันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอ่านต่อ -
คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์) เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.อ่านต่อ -
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ “พูดช้า” ในเด็ก
- ภาวะพูดช้าในเด็กพบได้บ่อยในช่วงอายุ 1 ขวบครึ่ง – 3 ขวบ -สังเกตสัญญาณเตือน เช่น พูดได้น้อย ไม่ตอบสนองเมื่อเรียกชื่อ หรือไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ - สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน พัฒนาการ หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว - การกระตุ้นพัฒนาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยส่งเสริมทักษะการสื่อสารของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ - หากอายุ 2 ปีพูดได้น้อยกว่า 50 คำ หรืออายุ 3 ปีพูดไม่เป็นประโยค ควรปรึกษาแพทย์ - การใช้เวลาคุณภาพกับลูกและลดการใช้หน้าจอ มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของเด็กอ่านต่อ -
ภูมิแพ้ หรือ แค่หวัด ?
อาการคล้ายกัน แต่สาเหตุและการรักษาแตกต่างกัน ควรสังเกตอาการให้ถูกเพื่อดูแลได้อย่างตรงจุด - ภูมิแพ้ : น้ำมูกใส จามบ่อย คัดจมูก คันตา คันคอ มักไม่มีไข้ และเป็น ๆ หาย ๆ - หวัด : น้ำมูกข้นหรือมีสี เจ็บคอ ไอ มีไข้ ปวดเมื่อยตัว อาการมักดีขึ้นภายใน 7–10 วัน - หากมีไข้สูง หายใจลำบาก อาการไม่ดีขึ้นภายใน 10 วัน หรือมีเสมหะสีเขียว เหลือง หรือปนเลือด ควรรีบพบแพทย์ - หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมที่สุด.อ่านต่อ -
RSV ในเด็ก คืออะไร? รู้ทันอาการ เสี่ยงปอดอักเสบ ป้องกันได้
RSV ในเด็ก คืออะไร? รู้ทันอาการ เสี่ยงปอดอักเสบ ป้องกันได้ ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเล็ก พบมากช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว และสามารถทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบได้ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีอ่านต่อ -
รู้ทันเชื้อ H. pylori ภัยเงียบของกระเพาะอาหาร ที่อาจเสี่ยงมะเร็งโดยไม่รู้ตัว
• เชื้อ H. pylori คือแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง • อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดท้อง จุกแน่น ท้องอืด แสบท้อง เรอบ่อย คลื่นไส้ และเบื่ออาหาร • หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเสี่ยงแผลในกระเพาะอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร • เชื้อสามารถติดต่อผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรือการใช้ภาชนะร่วมกัน • สามารถตรวจหาเชื้อได้ด้วยการตรวจลมหายใจ ตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องกระเพาะอาหาร • การรักษาทำได้ด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรด ภายใต้การดูแลของแพทย์ • ป้องกันได้ด้วยการกินอาหารสะอาด ใช้ช้อนกลาง และล้างมืออย่างสม่ำเสมออ่านต่อ -
นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์
นอนกรนเป็นหนักแค่ไหน ถึงต้องพบแพทย์ ใครเคยเป็นบ้าง ? “นอนกรนจนลูกมาสะกิด บอกว่าพ่อเบาหน่อยค่ะ หนูนอนไม่หลับ” “สามีกรนๆอยู่ เสียงกรนก็หายไป ไม่หายใจเกือบนาทีเลยค่ะ สามีจะเป็นอะไรไหมคะ” “กำลังหลับ แล้วรู้สึก เหมือนมีอะไรมาติดคอ พอหลับไปก็สะดุ้งตื่นอีก เหมือนไม่ได้นอนทั้งคืนเลย…แต่ภรรยา ก็ไม่ได้บอกว่านอนกรนนะครับ ภรรยาหลับปุ๋ยเลยครับ” นี่เป็นส่วนหนึ่งของอาการที่ผู้ป่วยเล่าให้หมอฟัง ผู้ป่วยทั้ง 3 คน มีลักษณะอาการที่ไม่เหมือนกัน แต่ทั้งหมดได้รับการตรวจการนอนหลับและวินิจฉัยว่า… เป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea : OSA) เรียกสั้นๆว่า โอ เอส เอ นะคะ ไม่อ่านว่า โอซ่า นะทุกคนอ่านต่อ -
8 อาการสำคัญ ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรมาโรงพยาบาล
8 อาการสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ควรมาโรงพยาบาล • อาการแพ้ท้องรุนแรง • เลือดออกจากช่องคลอด • อาการปวดท้องน้อย • มีไข้สูง • ลูกดิ้นน้อยลง หรือไม่ดิ้น • อาการเจ็บครรภ์คลอด • น้ำเดิน หรือถุงน้ำคร่ำแตก • ตัวบวม น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว จุกแน่นลิ้นปี ตาพร่ามัว ปวดศีรษะมากอ่านต่อ