033-038-888

5 มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง พร้อมวิธีสังเกตอาการและเฝ้าระวัง

(ศูนย์อายุรกรรม) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-06-22 17:55:00

5 มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง พร้อมวิธีสังเกตอาการและเฝ้าระวัง

Key Takeaways:
มะเร็งที่พบมากในผู้หญิงหลายชนิดมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง รวมถึงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก การสังเกตความผิดปกติของร่างกายร่วมกับการตรวจสุขภาพและตรวจคัดกรองตามช่วงวัย จึงช่วยเพิ่มโอกาสพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และช่วยให้แพทย์วางแผนดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

มะเร็ง เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเมื่อสถิติด้านสาธารณสุขชี้ให้เห็นว่า "มะเร็งในผู้หญิง" หลายชนิดสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว

การรู้เท่าทันว่ามะเร็งที่พบมากในผู้หญิงมีอะไรบ้าง มะเร็งชนิดใดพบได้บ่อยที่สุด และควรสังเกตสัญญาณเตือนใดตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มโอกาสรักษาให้ได้ผลดี บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ 5 มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง พร้อมแนวทางการเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

มะเร็งในผู้หญิง ภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม

มะเร็งในผู้หญิงสามารถเกิดขึ้นได้กับหลายอวัยวะ ทั้งเต้านม ปากมดลูก รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก และระบบทางเดินอาหาร โดยความเสี่ยงอาจแตกต่างกันไปตามอายุ ประวัติครอบครัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต ฮอร์โมน และโรคประจำตัวบางชนิด

สิ่งที่ทำให้มะเร็งหลายชนิดน่ากังวล คือระยะแรกมักไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนเข้าใจว่าเป็นอาการทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ท้องอืด ปวดท้อง หรือประจำเดือนผิดปกติ

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งในผู้หญิง ได้แก่

  • อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะหลังวัย 40 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งบางชนิด
  • ภาวะน้ำหนักเกิน หรือขาดการออกกำลังกาย
  • พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่น กินอาหารไขมันสูงหรืออาหารแปรรูปบ่อย
  • การติดเชื้อบางชนิด เช่น เชื้อ HPV ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก
  • การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม มะเร็งบางชนิดสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจคัดกรอง เช่น การตรวจเต้านม แมมโมแกรม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือการตรวจอุจจาระและส่องกล้องลำไส้ตามความเหมาะสม การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้หญิงในระยะยาว

5 มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง พร้อมสัญญาณเตือนเบื้องต้น

หากถามว่า มะเร็งใดที่พบมากอันดับหนึ่งในผู้หญิง โดยทั่วไป "มะเร็งเต้านม" มักเป็นคำตอบที่พบได้บ่อยจากข้อมูลสถิติมะเร็งทั้งในระดับสากลและในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงไม่ควรเฝ้าระวังเฉพาะมะเร็งเต้านมเท่านั้น เพราะยังมีมะเร็งอีกหลายชนิดที่พบได้บ่อยและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

1. มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากในผู้หญิง และเป็นโรคที่ควรให้ความสำคัญกับการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมอย่างสม่ำเสมอ สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่

  • คลำพบก้อนบริเวณเต้านมหรือรักแร้
  • เต้านมมีรูปร่างหรือขนาดเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ผิวหนังบริเวณเต้านมบุ๋ม หนา แดง หรือมีลักษณะคล้ายผิวส้ม
  • หัวนมผิดรูป มีแผล หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมา
  • มีอาการเจ็บหรือแน่นเต้านมผิดปกติ แม้ไม่ใช่ช่วงก่อนมีประจำเดือน

การตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำช่วยให้ผู้หญิงคุ้นเคยกับร่างกายของตัวเองมากขึ้น หากพบความผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม เช่น อัลตราซาวนด์เต้านม หรือแมมโมแกรมตามช่วงวัยและความเสี่ยง

2. มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งในผู้หญิงที่มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์ โดยความน่ากังวลคือในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน ทำให้หลายคนละเลยการตรวจคัดกรอง ซึ่งสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
  • มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
  • ประจำเดือนมามากหรือนานผิดปกติ
  • ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น หรือมีเลือดปน
  • ปวดท้องน้อยหรือปวดเชิงกรานเรื้อรัง

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เช่น Pap Smear หรือ HPV DNA Test ตามคำแนะนำของแพทย์ ช่วยค้นหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถวางแผนดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. มะเร็งรังไข่

มะเร็งรังไข่ เป็นหนึ่งในมะเร็งที่ตรวจพบได้ยาก เพราะอาการในช่วงแรกมักคล้ายปัญหาสุขภาพทั่วไป เช่น ท้องอืด แน่นท้อง หรือปวดท้องเล็กน้อย ทำให้หลายคนไม่ได้รีบเข้ารับการตรวจ อาการที่ควรระวัง ได้แก่

  • ท้องอืดหรือแน่นท้องบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดท้องน้อยหรือปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง
  • อิ่มเร็ว กินอาหารได้น้อยลง
  • ปัสสาวะบ่อยหรือปวดปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • น้ำหนักลดหรือรอบเอวขยายขึ้นโดยไม่ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร

หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง หรือเกิดบ่อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านม

4. มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง

มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง โดยปัจจัยเสี่ยงส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับอายุ พันธุกรรม พฤติกรรมการกิน การขาดการออกกำลังกาย และการขับถ่ายผิดปกติเรื้อรัง สัญญาณที่ควรพบแพทย์ ได้แก่

  • ถ่ายเป็นเลือด หรือมีมูกเลือดปน
  • ท้องผูกสลับท้องเสียบ่อย
  • ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป เช่น ลำเล็กลงผิดปกติ
  • ปวดท้อง แน่นท้อง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด
  • น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือซีดโดยไม่ทราบสาเหตุ

มะเร็งลำไส้ใหญ่บางกรณีอาจเริ่มจากติ่งเนื้อในลำไส้ การตรวจคัดกรอง เช่น การตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง หรือการส่องกล้องลำไส้ตามคำแนะนำของแพทย์ จึงมีบทบาทสำคัญในการค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

5. มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรีที่ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนหรือหลังหมดประจำเดือนแล้ว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล น้ำหนักเกิน เบาหวาน หรือประวัติประจำเดือนผิดปกติเรื้อรัง สัญญาณสำคัญที่ควรระวัง ได้แก่

  • เลือดออกหลังหมดประจำเดือน
  • เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
  • ประจำเดือนมามากหรือนานผิดปกติ
  • มีตกขาวผิดปกติหรือมีเลือดปน
  • ปวดท้องน้อยหรือปวดเชิงกรานร่วมกับเลือดออกผิดปกติ

อาการเลือดออกผิดปกตินั้นไม่ควรมองข้าม แม้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

หนึ่งในสัญญาณเตือนของมะเร็งในผู้หญิงคือคลำพบก้อนผิดปกติบริเวณเต้านม รักแร้ ช่องท้อง หรืออวัยวะอื่น

สัญญาณเตือนของมะเร็งในผู้หญิง ที่ไม่ควรละเลย

มะเร็งในผู้หญิงแต่ละชนิดอาจมีอาการแตกต่างกัน แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ควรให้ความสำคัญ เพราะอาจเป็นความผิดปกติที่ต้องตรวจเพิ่มเติม สัญญาณเตือนที่ควรพบแพทย์ ได้แก่

  • คลำพบก้อนผิดปกติบริเวณเต้านม รักแร้ ช่องท้อง หรืออวัยวะอื่น
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือซีดผิดปกติ
  • ท้องอืด แน่นท้อง หรือปวดท้องน้อยต่อเนื่อง
  • พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือถ่ายเป็นเลือด
  • มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น หรือมีเลือดปน
  • อาการเจ็บหรือปวดเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือไม่ควรรอให้อาการรุนแรงก่อนค่อยพบแพทย์ เพราะมะเร็งหลายชนิดหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้น

แนวทางการเฝ้าระวังและป้องกันมะเร็งในผู้หญิง

แม้มะเร็งบางชนิดไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่ผู้หญิงสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้ ด้วยการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางดูแลตัวเองที่ควรทำ ได้แก่

  • ตรวจสุขภาพประจำปีตามช่วงวัยและปัจจัยเสี่ยง
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตามคำแนะนำของแพทย์
  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ
  • สังเกตความผิดปกติของประจำเดือน ตกขาว และเลือดออกทางช่องคลอด
  • ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • กินอาหารให้หลากหลาย เพิ่มผัก ผลไม้ และลดอาหารแปรรูป
  • งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ ไม่ควรรอให้อาการหายเอง

สำหรับผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคล เพราะแต่ละคนอาจต้องใช้แนวทางการตรวจคัดกรองที่แตกต่างกัน

มะเร็งในผู้หญิงหลายชนิดสามารถรับมือได้ หากรู้เท่าทันอาการและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันจึงเป็นก้าวสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนไม่ควรมองข้าม หากคุณต้องการวางแผนดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน สามารถเลือกใช้บริการโปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงที่ออกแบบให้ครอบคลุมการตรวจคัดกรองตามช่วงวัย ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี ได้เลย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 033-038-888 หรือ LINE OA: @dr.samitchon (มี @ ด้วย)

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งที่พบมากในผู้หญิง (FAQs)

Q: มะเร็งที่พบมากอันดับหนึ่งในผู้หญิงคือข้อใด ?

A: โดยทั่วไป มะเร็งเต้านมถือเป็นมะเร็งที่พบมากอันดับต้น ๆ ในผู้หญิง ทั้งในระดับสากลและในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงควรเฝ้าระวังมะเร็งชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง รวมถึงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

Q: มะเร็งในผู้หญิงสามารถป้องกันได้หรือไม่ ?

A: มะเร็งบางชนิดไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพ ตรวจคัดกรองตามช่วงวัย ฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น วัคซีน HPV และพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

Q: ผู้หญิงควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งตั้งแต่อายุเท่าไร ?

A: อายุที่ควรเริ่มตรวจคัดกรองขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล ผู้หญิงบางรายอาจเริ่มตรวจตั้งแต่อายุน้อย หากมีความเสี่ยงสูง จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจที่เหมาะสม

Q: หากไม่มีอาการ จำเป็นต้องตรวจมะเร็งหรือไม่ ?

A: จำเป็น เพราะมะเร็งหลายชนิดอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจคัดกรองช่วยค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดอาการชัดเจน และช่วยให้สามารถวางแผนดูแลได้เร็วขึ้น

Q: ตรวจสุขภาพประจำปีช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้อย่างไร ?

A: การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยประเมินความเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ แม้ไม่สามารถป้องกันมะเร็งได้ทั้งหมด แต่ช่วยให้ผู้หญิงรู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง และวางแผนตรวจคัดกรองเพิ่มเติมได้เหมาะสมกับช่วงวัย

 

ข้อมูลอ้างอิง:

  1. Most Common Cancers in Women and How to Detect Them Early. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.kucancercenter.org/news-room/blog/2020/08/most-common-cancers-women-how-to-detect-them-early
  2. Cancer Facts for Women. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.cancer.org/cancer/risk-prevention/understanding-cancer-risk/cancer-facts/cancer-facts-for-women.html
  3. Top 7 Cancers That Affect Women: How to Reduce Your Risk. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.aicr.org/resources/blog/top-7-cancers-that-affect-women-how-to-reduce-your-risk/




สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด