โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน คืออะไร 

(ศุนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง เบญจมาศ ตันหยง

โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน คืออะไร 

โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน คืออะไร 

                คือ โรคเลือดออกง่ายชนิดหนึ่ง ซึ่งมีภาวะเกล็ดเลือดลดต่ำลง เป็นผลมาจากภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือดของตนเอง ซึ่งในภาวะปกติ เกล็ดเลือดทำหน้าที่ในระบบการแข็งตัวของเลือด ดังนั้นเมื่อเกล็ดเลือดลดต่ำลง ก็จะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น 

ผู้ป่วยเด็กจะมีอาการอย่างไร 

              ผู้ป่วยจะมีอาการเลือดออกเอง โดยไม่มีประวัติกระทบกระแทกใดๆ หรือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วพบความรุนแรงของภาวะเลือดออกมากกว่าปกติ 

ผู้ป่วยจะมีภาวะเลือดออกอย่างเดียว โดยไม่มีภาวะไข้ ซีด ต่อมน้ำเหลืองโต หรือตับม้ามโต ตำแหน่งที่พบบ่อย เช่น รอยช้ำจ้ำเลือดตามร่างกาย จุดแดงใต้ผิวหนัง เลือดกำเดาออก เลือดออกตามไรฟัน หรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ 

ในผู้ป่วยที่มีเกล็ดเลือดต่ำมาก อาจพบเลือดออกในทางเดินอาหาร และระบบประสาท ซึ่งพบได้ไม่บ่อย

สาเหตุของโรค เกิดจากอะไร

เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกกระตุ้นให้สร้างสารแอนติบอดี้ มาทำลายเกล็ดเลือดของตนเอง โดยส่วนใหญ่ ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ผู้ป่วยอาจมีประวัติการติดเชื้อไวรัส  หรือการได้รับวัคซีนบางชนิดนำมาก่อน 2-4 สัปดาห์ เกิดได้ในทุกช่วงอายุของเด็ก แต่พบได้บ่อยในช่วงอายุ 2-5 ปี

โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน รักษาอย่างไร 

หากผู้ป่วยมีเลือดออกน้อย และเกล็ดเลือดไม่ต่ำมาก สามารถติดตามอาการโดยไม่ใช้ยาได้   ทั้งนี้ แพทย์จะพิจารณาการรักษาตาม อาการเลือดออก โอกาสที่จะมีเลือดออกเพิ่มขึ้น ร่วมกับปริมาณเกล็ดเลือด  โดยยาหลักที่มีใช้ในประเทศไทย คือ ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Corticosteroid)  และ ยาอิมมูโนโกลบูลินให้ทางเส้นเลือด (Intravenous immunoglobulin, IVIg) โดยเลือกตัวใดตัวหนึ่ง แต่หากมีอาการรุนแรงมาก ต้องเพิ่มเกล็ดเลือดอย่างรวดเร็ว แพทย์อาจใช้ยาท้งสองตัวร่วมกัน

 

ผู้ป่วยจะหายขาดจากโรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน ได้หรือไม่

            ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ร้อยละ 60-80 จะหายได้ภายใน 6-12 เดือนหลังได้รับการวินิจฉัย ผู้ป่วยส่วนน้อยร้อยละ 20 จะมีเกล็ดเลือดต่ำนานกว่า 1 ปี และการดำเนินโรคแบบเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับการดูแลต่อไป

ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างไร 

                ในภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ผู้ปกครองควรนำบุตรหลาน มาตรวจกับแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และดูแลไม่ให้ผู้ป่วยเล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมที่มีการปะทะ หรือผาดโผนอันเสี่ยงจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ งดใช้ยาที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด เช่น ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ที่มักใช้ลดไข้สูงในเด็ก

หากมีผู้ป่วยมีอาการเลือดออกเพิ่มมากขึ้น ปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือได้รับบาดเจ็บ ควรพามาพบแพทย์โดยเร็ว 

                หลังจากที่ปริมาณเกล็ดเลือดเพิ่มขึ้นเป็นปกติแล้ว  เด็กสามารถกลับไปทำกิจกรรมและเล่นกีฬาได้ตามปกติ

ข้อมูล ณ วันที่ 1.06.2021





doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์