033-038-888

ป้องกัน RSV เด็กแรกเกิด – 2 ขวบได้ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Nirsevimab)

(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล

ป้องกัน RSV เด็กแรกเกิด – 2 ขวบได้ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Nirsevimab)

ป้องกัน RSV เด็กแรกเกิด – 2 ขวบได้ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Nirsevimab)


ไวรัส RSV: ไวรัสทางเดินหายใจที่พ่อแม่ต้องรู้จัก


RSV คืออะไร?
Respiratory Syncytial Virus (RSV) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก พบว่าประมาณ 90% ของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปีสามารถติดเชื้อนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และมากกว่า 50% ของผู้ติดเชื้อจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดอักเสบและหลอดลมอักเสบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี


อาการของการติดเชื้อ RSV ในเด็ก
•    เริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัด เช่น น้ำมูกไหล ไอ มีเสียงหวีดในปอด
•    มีไข้
•    เบื่ออาหาร กินได้น้อยลง
•    ไม่ร่าเริง เล่นน้อยลง
•    ร้องไห้งอแง
•    หายใจติดขัด หยุดเป็นพักๆ


อาการรุนแรงที่ต้องรีบพบแพทย์
•    หายใจเร็วและถี่
•    ไอรุนแรง หรือมีเสียงหวีดในปอดตลอดเวลา
•    ปากหรือเล็บมีสีเขียวคล้ำ
•    จมูกบาน หรือมีอาการอกบุ๋มขณะหายใจ
•    ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส (โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน)
หากพบอาการข้างต้น ควรรีบนำเด็กไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและอาจแสดงอาการได้ไม่ชัดเจน

 


การป้องกันการติดเชื้อ RSV ด้วยภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Nirsevimab)
ในปัจจุบัน มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อ RSV และลดความรุนแรงของโรคในเด็ก ด้วยการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV (Nirsevimab) ซึ่งเป็นสารภูมิคุ้มกันที่สามารถต่อต้านเชื้อไวรัส RSV ได้ทันที


ประสิทธิภาพของ Nirsevimab
•    ลดโอกาสติดเชื้อ RSV ได้ถึง 79.5%
•    ลดความเสี่ยงจากการรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่เกิดจาก RSV ได้ถึง 83.2%
•    ลดอัตราการเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) ได้ 75.3%
•    มีประสิทธิภาพป้องกันได้นานถึง 5 เดือน ครอบคลุมช่วงระบาดของ RSV


ช่วงวัยที่สามารถรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV ได้
ฤดูกาลแรก
•    ทารกแรกเกิด – 12 เดือนที่แข็งแรงดีทุกคน
•    ทารกอายุต่ำกว่า 8 เดือนควรได้รับการฉีด และอาจพิจารณาฉีดในทารกอายุ 8-12 เดือน
•    ทารกกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น
      • ทารกที่เคยคลอดก่อนกำหนดและมีภาวะปอดเรื้อรัง
      • เด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง
      • เด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและยังคงอยู่ในระหว่างการรักษา


ฤดูกาลที่สอง
•    ทารกแรกเกิด – 24 เดือนที่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อโรค RSV
•    เด็กอายุ 12 - 19 เดือนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรครุนแรง
•    อาจพิจารณาให้ในเด็ก 19 - 24 เดือน ที่มีความเสี่ยงสูง


ปริมาณการฉีดที่แนะนำ
•    ทารกน้ำหนัก < 5 กก. : 50 มก. (ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว)
•    ทารกน้ำหนัก > 5 กก. : 100 มก. (ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว)
•    เด็กอายุ 12-24 เดือน : 200 มก. (ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 2 ตำแหน่ง)


ข้อควรระวังในการฉีดภูมิคุ้มกัน RSV
ห้ามฉีดในเด็กที่มีประวัติแพ้รุนแรงต่อ Nirsevimab หรือส่วนประกอบของยา เช่น arginine และ histidine


ประโยชน์ของการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV
•    ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจในระยะยาว เช่น โรคหืด หรือหลอดลมไว
•    ลดภาระค่าใช้จ่ายจากค่ารักษาพยาบาลและการลางานของพ่อแม่
•    ลดภาระด้านสาธารณสุข เนื่องจากการรักษาเด็กที่ติดเชื้อ RSV มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 1.75 พันล้านบาทต่อปีในประเทศไทย


หมายเหตุสำคัญ
•    ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนตามวัยได้โดยไม่ต้องเว้นระยะ
•    สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนอื่นๆ ได้ในครั้งเดียวกัน โดยฉีดคนละตำแหน่ง
การป้องกัน RSV ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยจากโรคร้ายแรงนี้ หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพของเด็กให้ดีที่สุด


 

━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ปรึกษาแพทย์เพื่อนัดรับวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี
โทร: 033-038968 ศูนย์สุขภาพเด็ก (Well Baby Clinic)
Line (@schtele) : https://maac.io/3wgUI
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.

 





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก_2

โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก

- สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ : ผิวซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หรือเวียนศีรษะ อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก - รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ : เน้นเนื้อแดง ตับ ไข่แดง อาหารทะเล ผักใบเขียว และถั่ว เพื่อช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง - วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก : รับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี หรือสตรอว์เบอร์รี ร่วมกับมื้ออาหาร - เด็กบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ : โดยเฉพาะเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย - หากสงสัย อย่ารอให้รุนแรง : ควรพาบุตรหลานพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจเลือด การรักษาอาจต้องใช้ยาเสริมธาตุเหล็กร่วมกับการปรับอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
อ่านต่อ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว_2

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว

แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคต
อ่านต่อ
คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย_2

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์) เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.
อ่านต่อ
การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด_2

การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

“ลูกโตช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า” “ทำไมลูกอายุเท่านี้ แต่ดูเหมือนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปหรือไม่” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่จำนวนมาก เพราะการเจริญเติบโตของเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ฮอร์โมน และพัฒนาการที่สมดุลในแต่ละช่วงวัย การตรวจ อายุกระดูก (Bone Age) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่ช่วยกุมารแพทย์ วิเคราะห์ การเติบโตของเด็กได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่าการวัดความสูงเพียงอย่างเดียว  
อ่านต่อ