โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กใน "เด็ก"
ภาวะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คืออะไร?
โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คือ ภาวะที่ปริมาณเม็ดเลือดแดงลดลง หรือระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ โดยธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งทำหน้าที่นำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
สาเหตุของโรคในเด็ก
-
รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ
-
ความต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นในช่วงวัยทารก เด็กเล็ก และวัยรุ่น
-
การดูดซึมธาตุเหล็กลดลง เช่น โรคลำไส้อักเสบ หรือการติดเชื้อ H. pylori
-
การเสียเลือด เช่น ประจำเดือนมากผิดปกติ หรือเลือดออกในทางเดินอาหาร
-
สาเหตุทางพันธุกรรม เช่น IRIDA (พบได้น้อย)
อาการที่พบบ่อย
-
ผิวหนังซีด ริมฝีปากซีด เยื่อบุตาซีด
-
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ชีพจรเต้นเร็ว
-
เล็บรูปช้อน มุมปากเปื่อย ลิ้นเรียบหรือบวม
-
เด็กบางรายชอบรับประทานของแปลก เช่น ดิน ฝุ่น แป้ง
-
ไม่มีสมาธิ พัฒนาการและการเรียนรู้ลดลง เวียนศีรษะ

⚠️ หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ของเด็ก
การวินิจฉัย
-
ตรวจร่างกายและชีพจร
-
ตรวจเลือดดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และระดับธาตุเหล็กในร่างกาย
การรักษา
-
ให้ยาธาตุเหล็ก (ยาน้ำ หรือยาเม็ด)
-
กรณีซีดมาก อาจพิจารณาให้เลือด
-
ให้คำแนะนำด้านโภชนาการและการดูแลตนเอง
การป้องกัน
ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น
-
เนื้อสัตว์ เครื่องใน เช่น ตับ เลือด เนื้อวัว เนื้อหมู
-
อาหารทะเล เช่น หอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้ง ปลาทูน่า
-
ไข่แดง
-
ผักใบเขียว และถั่ว เช่น ผักโขม คะน้า บรอกโคลี

เด็กกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจคัดกรอง
-
ทารกอายุเกิน 6 เดือน ที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว
-
เด็กที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
-
ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ
-
เด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดเขียว
-
เด็กที่มีภาวะเลือดออกช่วงปริกำเนิด
หากสงสัยว่าเด็กมีภาวะโลหิตจาง ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรับประทานยาตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจเลือดติดตามผล