033-038-888

ขั้นตอนการล้างจมูกง่ายๆ ด้วยเกลือซอง

(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง อรอนงค์ นิลวลัยกุล

 

☃️ ขั้นตอนการล้างจมูกง่ายๆ ด้วยเกลือซอง

00:00 วิธีการล้างจมูก

00:33 เตรียมอุปกรณ์ล้างจมูก

01:41 สาธิตการล้างจมูก

 

▪︎ อุปกรณ์

1. เกลือซอง

2.ขวดล้างจมูก

3.น้ำต้มสุก

4.กะละมัง

5.กระดาษทิชชู ▪︎

 

วิธีการ

ขั้นตอนที่ 1 ฉีกเกลือซอง เทใส่ขวดล้างจมูก และเติมน้ำต้มสุกลงไปในขวด ให้ถึงปริมาณที่กำหนด เขย่าให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 2 นั่ง หรือยืนใน ท่าทางที่ถนัด และนำขวดล้างจมูกที่เตรียมไว้ ใส่จมูกข้างที่จะล้าง

ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นโน้วตัวเข้าไปข้างหน้าเล็กน้อย

ขั้นตอนที่ 4 อ้าปากและกลั้นหายใจ อ้าปากไว้และหายใจเข้าเต็มที่ กลั้นหายใจไว้

ขั้นตอนที่ 5 ฉีดน้ำเกลือ ค่อยๆ ดันน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูกช้าๆ น้ำเกลือจะไหลผ่านโพรงจมูกและไหลออกมาทางรูจมูกอีกข้างหนึ่งหรือทางปาก

ขั้นตอนที่ 6 หายใจตามปกติ เมื่อน้ำเกลือไหลออกมาหมดแล้ว ให้หายใจตามปกติ

ขั้นตอนนที่ 7 ทำซ้ำอีกข้าง ทำซ้ำขั้นตอนเดียวกันกับจมูกอีกข้างหนึ่ง เป็นการเสร็จสิ้นการล้างจมูกง่ายๆด้วยตัวเอง

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก..

แพทย์หญิง อรอนงค์ นิลวลัยกุล

(กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน )

 

 

⛪ : อาคาร A ชั้น 2 (Building A , 2nd floor)

⏱️ : 08.00 a.m. - 08.00 p.m.

☎️ : 033-038955

 LINE OA @schtele หรือ https://lin.ee/qJn45Kg





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว_2

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว

แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคต
อ่านต่อ
คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย_2

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์) เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.
อ่านต่อ
การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด_2

การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

“ลูกโตช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า” “ทำไมลูกอายุเท่านี้ แต่ดูเหมือนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปหรือไม่” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่จำนวนมาก เพราะการเจริญเติบโตของเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ฮอร์โมน และพัฒนาการที่สมดุลในแต่ละช่วงวัย การตรวจ อายุกระดูก (Bone Age) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่ช่วยกุมารแพทย์ วิเคราะห์ การเติบโตของเด็กได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่าการวัดความสูงเพียงอย่างเดียว  
อ่านต่อ