033-038-888

ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Human Parainfluenza Virus: HPIV)

(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง วันขวัญ อรรฆยกุล 2026-06-18 08:56:00

ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Human Parainfluenza Virus: HPIV)

HIGHLIGHTS :

ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (HPIV) เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ พบได้บ่อยในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
อาการสำคัญ ได้แก่ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ไข้ต่ำ และอาจเกิดโรคครูป (Croup) ปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ
ช่วงระบาด มักพบมากในฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน–ตุลาคม
กลุ่มเสี่ยง คือ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคหอบหืด
การรักษา เน้นดูแลตามอาการ เนื่องจากยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนเฉพาะ
การป้องกัน ควรล้างมือ สวมหน้ากาก และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ 

 

 

ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Human Parainfluenza Virus: HPIV)

HPIV-1 | HPIV-2 | HPIV-3 | HPIV-4

 

------------------

 

ติดต่อได้อย่างไร

- ผ่านละอองฝอย (เช่น ไอ จาม) และการสัมผัส (สารคัดหลั่ง พื้นผิว)


การระบาดในช่วงฤดูฝน☔

 - เดือนมิถุนายน - เดือนตุลาคม


ระยะการฟักตัว

- 2–6 วัน


อาการที่พบบ่อย
- อาการเล็กน้อย คล้ายไข้หวัด
- กล่องเสียงอักเสบ ไอมีเสียงเหมือนเห่า ไอเสียงแหบ (Croup)
- หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ


กลุ่มบุคคลที่ควรเฝ้าระวัง
-เด็กอายุต่ำกว่า < 5 ปี
- ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
- ผู้เป็นโรคหอบหืด


การรักษาและป้องกัน
-ไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ
-ไม่มีวัคซีน
-หมั่นล้างมือ เลี่ยงที่แออัด


อาการที่ต้องมาโรงพยาบาล
-ไข้สูง
-ไอเสียงเหมือนเสียงกรน
-หายใจลำบาก
-หายใจช้ามีเสียง
-เหนื่อย
-ซึม
-กินน้อย


ขอขอบคุณข้อมูล..

พญ.วันขวัญ อรรฆยกุล
กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว_2

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว

แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคต
อ่านต่อ
คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย_2

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์) เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.
อ่านต่อ
การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด_2

การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

“ลูกโตช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า” “ทำไมลูกอายุเท่านี้ แต่ดูเหมือนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปหรือไม่” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่จำนวนมาก เพราะการเจริญเติบโตของเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ฮอร์โมน และพัฒนาการที่สมดุลในแต่ละช่วงวัย การตรวจ อายุกระดูก (Bone Age) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่ช่วยกุมารแพทย์ วิเคราะห์ การเติบโตของเด็กได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่าการวัดความสูงเพียงอย่างเดียว  
อ่านต่อ