033-038-888

ภูมิแพ้ หรือ แค่หวัด ?

(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง อรอนงค์ นิลวลัยกุล 2026-06-16 08:39:00

ภูมิแพ้ หรือ แค่หวัด ?

HIGHLIGHTS :

ภูมิแพ้ หรือ แค่หวัด?

      อาการคล้ายกัน แต่สาเหตุและการรักษาแตกต่างกัน ควรสังเกตอาการให้ถูกเพื่อดูแลได้อย่างตรงจุด

-  ภูมิแพ้ : น้ำมูกใส จามบ่อย คัดจมูก คันตา คันคอ มักไม่มีไข้ และเป็น ๆ หาย ๆ

-  หวัด : น้ำมูกข้นหรือมีสี เจ็บคอ ไอ มีไข้ ปวดเมื่อยตัว อาการมักดีขึ้นภายใน 7–10 วัน

-  หากมีไข้สูง หายใจลำบาก อาการไม่ดีขึ้นภายใน 10 วัน หรือมีเสมหะสีเขียว เหลือง หรือปนเลือด ควรรีบพบแพทย์

-  หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมที่สุด.

 

 

 

ภูมิแพ้ หรือ แค่หวัด ?

สังเกตอาการให้ถูก แยกให้ออก รักษาได้ตรงจุด

 

            จามบ่อย น้ำมูกไหล คัดจมูก เป็นภูมิแพ้หรือแค่หวัดกันแน่  ?
แม้ทั้งสองภาวะจะมีอาการคล้ายกัน แต่สาเหตุและวิธีการรักษาแตกต่างกัน การสังเกตอาการอย่างถูกต้องจะช่วยให้แยกโรคได้ง่ายขึ้น และได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม มาดูวิธีสังเกตความแตกต่างระหว่าง "ภูมิแพ้" และ "หวัด" เพื่อดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด


        ภูมิแพ้ (อาการแพ้สารก่อภูมิแพ้)

      # สาเหตุ

            

      ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น

    ♦ ไรฝุ่น

    ♦ เกสรดอกไม้

    ♦ ขนสัตว์

    ♦ ฝุ่น

    ♦ ควัน

    # ระยะเวลา  

          เป็น ๆ หาย ๆ นานเป็นปี หรือเป็นเรื้อรัง               

    #อาการเด่น

   ♦ น้ำมูกใส จามบ่อย

   ♦ คัดจมูก คันจมูก

   ♦ คันตา น้ำตาไหล 

   ♦ คันคอ

 

              

 

    #ไข้

   ♦ มักไม่มีไข้

    # ช่วงเวลาที่พบบ่อย

    มักเป็นเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ เช่น

  ♦ ตอนเช้า

  ♦ ในที่มีฝุ่น

  ♦ ฤดูที่มีเกสรดอกไม้

   #การรักษา

  ♦ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

  ♦ ใช้ยาต้านฮิสตามีน

  ♦ สเปรย์พ่นจมูก

  ♦ วัคซีนภูมิแพ้

   #การป้องกัน

  ♦ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

  ♦ ทำความสะอาดบ้าน

  ♦ สวมหน้ากาก


    หวัด (การติดเชื้อไวรัส)

     #สาเหตุ

     

    เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น

   ♦ ไรโนไวรัส

   ♦ โคโรนาไวรัส

    #ระยะเวลา

มักหายได้เองใน 7–10 วัน

   # อาการเด่น

  ♦ น้ำมูกข้น หรือมีสี

  ♦ เจ็บคอ

  ♦ ไอ

  ♦ มีไข้

  ♦ ปวดเมื่อยตัว      

                          

     # ไข้

    ♦  มักมีไข้

    #ช่วงเวลาที่พบบ่อย

    พบบ่อยทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดู เมื่ออยู่ในที่แออัด

    #การรักษา

     

  ♦ พักผ่อน

  ♦ ดื่มน้ำมาก ๆ

  ♦ รับประทานยาลดไข้

  ♦ ยาแก้ปวด

  ♦ ยาลดน้ำมูก

    #การป้องกัน

  ♦ ล้างมือบ่อย ๆ

  ♦ สวมหน้ากากอนามัย

  ♦ หลีกเลี่ยงที่แออัด

  ♦ พักผ่อนให้เพียงพอ


enlightened ควรพบแพทย์เมื่อ                                                                        

  ♦  อาการไม่ดีขึ้นภายใน 10 วัน

  ♦  มีไข้สูง หายใจลำบาก

  ♦  แน่นหน้าอก ไอมาก

  ♦  มีน้ำมูกหรือเสมหะสีเขียว เหลือง หรือมีเลือดปน


จำง่าย ๆ คือ

ภูมิแพ้
→ คัด คัน จามบ่อย ไม่มีไข้

หวัด
→ เจ็บคอ ไอ มีไข้ ปวดเมื่อย

แยกให้ออก ดูแลให้ถูก วิธีรักษาก็จะตรงจุดค่ะ ????


ขอขอบคุณข้อมูล

              พญ.อรอนงค์ นิลวลัยกุล
     กุมารแพทย์ด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
             โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี

                      หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการดูแลและรักษาที่เหมาะสมที่สุด ❤️

 





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก_2

โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก

- สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ : ผิวซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หรือเวียนศีรษะ อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก - รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ : เน้นเนื้อแดง ตับ ไข่แดง อาหารทะเล ผักใบเขียว และถั่ว เพื่อช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง - วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก : รับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี หรือสตรอว์เบอร์รี ร่วมกับมื้ออาหาร - เด็กบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ : โดยเฉพาะเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย - หากสงสัย อย่ารอให้รุนแรง : ควรพาบุตรหลานพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจเลือด การรักษาอาจต้องใช้ยาเสริมธาตุเหล็กร่วมกับการปรับอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
อ่านต่อ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว_2

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว

แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคต
อ่านต่อ
คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย_2

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์) เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.
อ่านต่อ
การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด_2

การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

“ลูกโตช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า” “ทำไมลูกอายุเท่านี้ แต่ดูเหมือนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปหรือไม่” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่จำนวนมาก เพราะการเจริญเติบโตของเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ฮอร์โมน และพัฒนาการที่สมดุลในแต่ละช่วงวัย การตรวจ อายุกระดูก (Bone Age) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่ช่วยกุมารแพทย์ วิเคราะห์ การเติบโตของเด็กได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่าการวัดความสูงเพียงอย่างเดียว  
อ่านต่อ