033-038-888

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง วันขวัญ อรรฆยกุล 2026-06-17 08:36:00

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

HIGHLIGHTS :

  • ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ

  • แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน

  • ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน

  • กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์)

  • เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.

 

 

 ไข้หวัดใหญ่คืออะไร?

เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน แพร่โดยละอองฝอย

 

อาการที่พบบ่อย

 

ไข้สูง                  

น้ำมูก

ไอ

เจ็บคอ

ปวดกล้ามเนื้อ

 

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

           

  • ปอดอักเสบ   

  • สมองอักเสบ

  • อาจถึงชีวิต

  ♦ รับวัคซีนช่วยลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อน


ทำไมต้องฉีดทุกปี ?

1. เชื้อมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์

2. ภูมิคุ้มกันลดลงตามธรรมชาติ หลัง 6-12 เดือน

           


ควรฉีดเมื่อไหร่?

แนะนำก่อนฤดูระบาด

 • ☔ ฤดูฝน  : มี.ค. - พ.ค.

 • ❄️ฤดูหนาว  : ต.ค. - พ.ย.

♦ รับวัคซีนช่วยลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อน


ใครควรได้รับวัคซีน?

✅เด็กเล็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี

✅หญิงตั้งครรภ์

✅ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป

✅โรคอ้วน (BMI > 35)

✅โรคเรื้อรัง : ปอด, หัวใจ, ไต, เบาหวาน, มะเร็ง, HIV

✅เด็กพัฒนาการช้า, บกพร่องทางประสาท

 

 

หมายเหตุ : เด็กอายุน้อยกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน และหลังจากนั้น ฉีดกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง

 

ขอขอบคุณข้อมูล 

พญ.วันขวัญ อรรฆยากุล
กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ

โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว_2

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว

แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคต
อ่านต่อ
การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด_2

การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

“ลูกโตช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า” “ทำไมลูกอายุเท่านี้ แต่ดูเหมือนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปหรือไม่” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่จำนวนมาก เพราะการเจริญเติบโตของเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ฮอร์โมน และพัฒนาการที่สมดุลในแต่ละช่วงวัย การตรวจ อายุกระดูก (Bone Age) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่ช่วยกุมารแพทย์ วิเคราะห์ การเติบโตของเด็กได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่าการวัดความสูงเพียงอย่างเดียว  
อ่านต่อ