คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย
(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง วันขวัญ อรรฆยกุล 2026-06-17 08:36:00
HIGHLIGHTS :
-
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ
-
แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน
-
กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท
-
วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์)
-
เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.
ไข้หวัดใหญ่คืออะไร?
เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน แพร่โดยละอองฝอย
อาการที่พบบ่อย
→ ไข้สูง
→ น้ำมูก
→ ไอ
→ เจ็บคอ
→ ปวดกล้ามเนื้อ
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

• ปอดอักเสบ
• สมองอักเสบ
• อาจถึงชีวิต
♦ รับวัคซีนช่วยลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อน
ทำไมต้องฉีดทุกปี ?
1. เชื้อมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์

2. ภูมิคุ้มกันลดลงตามธรรมชาติ หลัง 6-12 เดือน
ควรฉีดเมื่อไหร่?
แนะนำก่อนฤดูระบาด
• ☔ ฤดูฝน : มี.ค. - พ.ค.
• ❄️ฤดูหนาว : ต.ค. - พ.ย.
♦ รับวัคซีนช่วยลดอัตราป่วยและลดภาวะแทรกซ้อน
ใครควรได้รับวัคซีน?

✅เด็กเล็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี
✅หญิงตั้งครรภ์
✅ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
✅โรคอ้วน (BMI > 35)
✅โรคเรื้อรัง : ปอด, หัวใจ, ไต, เบาหวาน, มะเร็ง, HIV
✅เด็กพัฒนาการช้า, บกพร่องทางประสาท


