ผื่นลมพิษในเด็ก
(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : แพทย์หญิง อรอนงค์ นิลวลัยกุล 2026-06-17 14:28:00
HIGHLIGHTS
- ผื่นลมพิษในเด็ก เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย มีลักษณะเป็นผื่นคัน นูน แดง และบวม มักหายได้เองภายใน 24–48 ชั่วโมง แต่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้
- สาเหตุของลมพิษในเด็ก ได้แก่ อาหาร ยา การติดเชื้อ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ และแมลงกัดต่อย
- การรักษาหลักคือ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและรับประทานยาแก้แพ้ ตามคำแนะนำของแพทย์
- หากมีอาการรุนแรง เช่น ปากบวม ตาบวม หรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันที
- การดูแลผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์และหลีกเลี่ยงการเกา ช่วยลดการระคายเคืองและป้องกันการกำเริบ
- เรียนรู้ อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาผื่นลมพิษในเด็ก เพื่อดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ผื่นลมพิษในเด็ก
ลมพิษในเด็ก เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยทุกเพศทุกวัย ลักษณะเป็น ผื่นคัน นูน แดง บวม ขอบเขตชัด
โดยมักจะเกิดขึ้น และหายภายใน 24–48 ชั่วโมง และอาจเป็นซ้ำอีกได้ ถ้าเป็นๆ หายๆ นานเกินกว่า 6 สัปดาห์ เรียกว่า "ลมพิษเรื้อรัง "
สาเหตุ...ของผื่นลมพิษ
การติดเชื้อ
♦ การติดเชื้อ พบได้ทั้งการติดเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, เชื้อราและปรสิต
ยาและอาหาร
♦ อาหาร ที่พบบ่อย ได้แก่ ถั่ว, ไข่, แป้งสาลี, นมวัว, อาหารทะเล
ยา ที่พบบ่อย ได้แก่ ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนนิซิลลิน, ซัลโฟนาไมด์, เตตราซัยคลิน, ยากันชัก, ยาลดไข้ในกลุ่มเอสไพรินและ NSAIDs เป็นต้น
การฉีดสารที่ทำให้เกิดการแพ้
เช่น วัคซีน การได้รับเลือด และส่วนประกอบของเลือด
---------------------
การสูดหายใจ เช่น ไรฝุ่น, เกสรดอกไม้
---------------------
การถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
---------------------
ไม่ทราบสาเหตุ : มักพบบ่อยในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก
การรักษา
1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้
เช่น ยาหรืออาหาร
2. การให้ยา
-
ยาแก้แพ้แก้คัน
-
ทาคาลาไมน์แก้คัน

ในรายที่เป็น รุนแรงและเฉียบพลัน ควรพบแพทย์ทันที ได้แก่
-
มีอาการบวมของบริเวณเยื่อบุภายในร่างกาย เช่น ตาบวม ปากบวม
-
ปวดท้องรุนแรง
-
แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
การดูแลและป้องกันผื่นลมพิษ

-
อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ และใช้สบู่อ่อนโยน PH 5–5.5 ไม่อาบน้ำอุ่นจัด
-
ทาครีมบำรุงผิวสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
-
รักษาความสะอาด ของเสื้อผ้า เครื่องนอน และของใช้
เมื่อมีผื่นคัน ห้ามเกา เพื่อลดการระคายเคืองและการเกิดรอยแผล
สรุป
ลมพิษในเด็กพบได้บ่อย ส่วนใหญ่จะทุเลารุนแรงและหายได้เองใน 1–2 วัน แต่หากมีอาการเรื้อรัง หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ขอขอบคุณข้อมูล


