033-038-888

ชนะภูมิแพ้ ด้วยวัคซีน แบบฉีด และ อมใต้ลิ้น | Allergen Immunotherapy

(ศูนย์สุขภาพเด็ก) ผู้เขียนบทความ : ผู้ดูแล 2026-04-30 15:29:00

ชนะภูมิแพ้ ด้วยวัคซีน แบบฉีด และ อมใต้ลิ้น | Allergen Immunotherapy

 

 

 

 

ชนะภูมิแพ้ ด้วยวัคซีน

แบบฉีด และ อมใต้ลิ้น | Allergen Immunotherapy

------------------------------

วัคซีนภูมิแพ้ (Allergen Immunotherapy) ทางเลือกการรักษาโรคภูมิแพ้ระยะยาว

 

วัคซีนภูมิแพ้คืออะไร

วัคซีนภูมิแพ้เป็นการรักษาที่มุ่งแก้ไขต้นเหตุของโรค โดยให้สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อปรับระบบภูมิคุ้มกัน ลดความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ และลดโอกาสการเกิดอาการกำเริบในระยะยาว

enlightened ใช้ได้ทั้งแบบ ฉีดใต้ผิวหนัง และ อมใต้ลิ้น

☺️ เหมาะกับใคร

  • อายุ 6 ปีขึ้นไป

  • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

  • โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้

  • โรคหอบหืด

  • ผื่นภูมิแพ้จากไรฝุ่น

⌨️ ผลการรักษา

อาการจะดีขึ้นภายใน 6 เดือน และช่วยลดการใช้ยา โดยแนะนำให้รักษาต่อเนื่อง 3–5 ปี เพื่อผลลัพธ์ระยะยาว

⚠️ ผลข้างเคียง

อาจมีอาการบวม แดง หรือระคายเคืองเล็กน้อย และควรสังเกตอาการ 30–60 นาทีหลังการรักษา

 ขั้นตอนการรักษา

  • ประเมินอาการโดยแพทย์

  • ตรวจสารก่อภูมิแพ้

  • วางแผนเฉพาะบุคคล

  • เริ่มวัคซีนตามโปรแกรม

  • ติดตามผลต่อเนื่อง

สอบถามเพิ่มเติม

☎️ โทร 033-038-955

ศูนย์สุขภาพเด็ก ชั้น 2 อาคาร A





สอบถามข้อมูล
กรุณากรอกฟอร์มให้ครบถ้วน
ทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับภายใน 48 ชั่วโมง

doctor icon
แนะนำแพทย์ ประจำศูนย์

icon-articleบทความประจำศูนย์

ดูทั้งหมด
โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก_2

โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในเด็ก

- สังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ : ผิวซีด เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หรือเวียนศีรษะ อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก - รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ : เน้นเนื้อแดง ตับ ไข่แดง อาหารทะเล ผักใบเขียว และถั่ว เพื่อช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง - วิตามินซีช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก : รับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี หรือสตรอว์เบอร์รี ร่วมกับมื้ออาหาร - เด็กบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ : โดยเฉพาะเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กน้ำหนักแรกเกิดน้อย - หากสงสัย อย่ารอให้รุนแรง : ควรพาบุตรหลานพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจเลือด การรักษาอาจต้องใช้ยาเสริมธาตุเหล็กร่วมกับการปรับอาหารตามคำแนะนำของแพทย์
อ่านต่อ
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว_2

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนมแพะ และ นมวัว

แพ้นมวัวไม่สามารถเปลี่ยนไปดื่มนมแพะได้ เนื่องจากโปรตีนมีความคล้ายคลึงกันถึง 80–90% เด็กที่แพ้นมวัวกว่า 90–95% มีโอกาสแพ้นมแพะร่วมด้วย จากภาวะแพ้ข้ามชนิด (Cross-reactivity) นมแพะอาจทำให้อาการแพ้ไม่ดีขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้รุนแรง แนวทางการรักษา โรคแพ้นมวัวในเด็ก แนะนำให้ใช้นมสูตรย่อยโปรตีนอย่างละเอียด (eHF) เป็นตัวเลือกแรก ในเด็กที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจจำเป็นต้องใช้นมกรดอะมิโน (AAF) ภายใต้การดูแลของแพทย์ การวินิจฉัยและดูแล ภาวะแพ้นมวัวในเด็ก อย่างถูกต้อง ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและลดความเสี่ยงโรคภูมิแพ้ในอนาคต
อ่านต่อ
คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย_2

คู่มือคุณพ่อคุณแม่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉบับเข้าใจง่าย

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและสมองอักเสบ แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และภูมิคุ้มกันจะลดลงภายใน 6–12 เดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน คือก่อนฤดูระบาด โดยทั่วไปแนะนำในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และตุลาคม–พฤศจิกายน กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วัคซีนชนิดฉีด (เชื้อไม่มีชีวิต) และวัคซีนชนิดพ่นทางจมูก (เชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์) เด็กอายุต่ำกว่า 9 ปีที่ได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นครั้งแรก ควรได้รับ 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และหลังจากนั้นควรรับวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง.
อ่านต่อ
การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด_2

การตรวจอายุกระดูกด้วย AI: เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกอย่างแม่นยำ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

“ลูกโตช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า” “ทำไมลูกอายุเท่านี้ แต่ดูเหมือนเข้าสู่วัยรุ่นเร็วเกินไปหรือไม่” คำถามเหล่านี้มักเกิดขึ้นในใจของพ่อแม่จำนวนมาก เพราะการเจริญเติบโตของเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ฮอร์โมน และพัฒนาการที่สมดุลในแต่ละช่วงวัย การตรวจ อายุกระดูก (Bone Age) จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ ที่ช่วยกุมารแพทย์ วิเคราะห์ การเติบโตของเด็กได้อย่างชัดเจนและแม่นยำกว่าการวัดความสูงเพียงอย่างเดียว  
อ่านต่อ